น่าน, วันที่ 25 มกราคม – ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ เเละเเคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานพรรค เเละเเคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ผศ.ดร.ศักย์ ทับพลี รองหัวหน้าพรรค นายณัฐฒน์ บูรณะกนก รองหัวหน้าพรรค และนายก้องเกียรติ กรสูต เลขาธิการพรรค ผู้สมัคร สส.ในเขตภาคเหนือ และผู้สมัคร สส.จังหวัดน่าน ได้แก่ นายเอกชัย อินทะนันท์ ผู้สมัคร สส. เขต 1 และพันโทสุชิน ชยศักดิ์ ผู้สมัคร สส. เขต 3 ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียง ที่ลานกิจกรรมใต้สะพานพัฒนาภาคเหนือ อ.เมืองน่าน โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก มีพี่น้องประชาชนเข้าร่วมรับฟังการปราศรัยพร้อมมอบดอกกุหลาบ และพวงมาลัยให้กำลังใจแก่ผู้ขึ้นปราศรัยเป็นจำนวนมาก

นายสุชัชวีร์ กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า ขอบคุณคำอวยพรที่มอบให้เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งตนเองยืนยันจะเป็นนายกรัฐมนตรีที่ดี และแก้ปัญหาในพื้นที่ให้ได้ พร้อมระบุว่า น่านเป็นจังหวัดที่เต็มไปด้วยศักยภาพ มีทิวทัศน์สวยงาม และแม่น้ำชื่อเดียวกับจังหวัด ที่หล่อเลี้ยงคนทั้งประเทศ เป็นต้นน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยา ส่งผลให้ภาคกลางมีพื้นที่เพาะปลูกและเป็นกระดูกสันหลังของประเทศ แต่น้ำน่านเมื่อปีที่ผ่านมา กลับสร้างความเสียหายให้กับคนในพื้นที่ พื้นที่เศรษฐกิจ ถูกน้ำท่วมสูง ตนได้มาลงพื้นที่ อ.เชียงกลาง สิ่งที่น่าตกใจคือ แม่น้ำน่านเปลี่ยนเส้นทาง สร้างผลกระทบให้กับเรือกสวนไร่นา ตนเองในฐานะวิศวกรเห็นแล้วตกใจที่สุด เพราะแม่น้ำย้ายฝั่งในชีวิตซึ่งไม่เคยเห็นมาก่อน ปกติจะต้องใช้เวลา 100 ปีแต่ในวันนี้ใช้เวลาเพียง 10 ปีเท่านั้น ที่สำคัญแม่น้ำไหลรุนแรงทำให้สายน้ำเบี้ยวออกไปและเข้าไปในพื้นที่ทำกินของประชาชน
“วันนี้มีใครที่เคยพูดว่าจะทำให้จังหวัดน่านให้ทำมาหากินได้หยุดโทษลูกหลานไม่มีใครพูด มีแต่พรรคไทยก้าวใหม่ ผมและสมาชิกพรรค วันนี้มาเพื่อแสดงความจริงใจซึ่งเราอยากมาแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ในพื้นที่ที่น่ากลัวที่สุดในประเทศไทย แต่ถ้าหากเราไม่มี สส.เราไม่สามารถทำได้“ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ กล่าว

นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า การแก้ปัญหาแม่น้ำน่านจะต้องมีฝายชะลอน้ำ คอยชะลอน้ำ ไม่ให้เข้าสู่แม่น้ำทันที ซึ่งพรรคมีผู้เชี่ยวชาญ ด้านวิศวกร ในขณะเดียวกันยังมี ดร.คุณหญิงกัลยา ที่ทำงานตอบแทนคุณแผ่นดิน และทำงานปิดทองหลังพระ มีโครงการปลูกต้นไม้มากกว่า 20 ล้านต้นแล้ว การแก้ปัญหาแม่น้ำน่านอีกอย่างคือจะต้องปลูกต้นไม้ เพื่อดูแลธรรมชาติ ที่สำคัญจะต้องมีการสร้างฝายและการสร้างฝายก็จะเกิดการจ้างงานในพื้นที่ เป็นการลงทุนและทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียน ดังนั้นจึงอยากให้ชาวน่านเลือกพรรคไทยก้าวใหม่ พรรคที่ตั้งใจแก้ปัญหาน้ำท่วมและรักคนน่าน และย้ำว่าตนเองไม่ไว้ใจคนอื่นที่จะแก้ปัญหานี้ ต้องลงมือแก้ด้วยตนเอง โดยจะมีการแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ และมีการแก้ในระยะสั้น กลาง และยาว ซึ่งได้มีการเสนอแผนป้องกันน้ำ เป็นนโยบายหลักของพรรค
นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า นอกจากนี้จังหวัดน่านยังมีปัญหาเรื่องปากท้อง ซึ่งทราบมาว่าจังหวัดน่านมีรายได้เป็นอันดับที่ 44 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศไทย หมายความว่า คนน่านยังยากจนอยู่ หลายคนต้องออกจากโรงเรียนก่อนจบมัธยม และตนได้มีโอกาสพูดคุยกับครูที่อำเภอบ่อเกลือ ทราบว่ายังมีเด็กนักเรียนไม่ได้กินอาหารเช้า ต้องรอกินอาหารกลางวันที่โรงเรียนทำให้เด็กขาดสารอาหาร พรรคตนยืนยันขอดูแล ลูกหลานชาวนาให้มีอาหารเช้าฟรีกินทุกคน และมีนมโรงเรียนครบแจกฟรีให้ พร้อมอาหารไปจนถึงมัธยม เพื่อให้เด็กไทยได้ดื่มนมและเติบโต เทียบเท่าประเทศสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น

นอกจากนี้ นายสุชัชวีร์ ประกาศบนเวทีว่าพรรคมีนโยบายปลดหนี้กองทุน เข้าถึงได้ทุกอาชีพด้วยบัตรประชาชนใบเดียว และยังมีนโยบายดูแลสวัสดิการผู้สูงอายุ โดยเฉพาะเกษตรกรที่เป็นหนี้ ซึ่งจะมีมาตรการปลดหนี้เสียไม่เกิน 200,000 บาท นอกจากนี้ยัง อาสาปลดหนี้ กยศ. ด้วยการบรรจุในรัฐธรรมนูญว่าลูกหลานจะต้ิงเรียนฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งทางตรงและทางอ้อม
“เพราะประเทศนี้ไม่เคยเท่าเทียมคนรวยก็รวยขึ้นคนจนก็จนลง พรรคไทยก้าวใหม่ตั้งใจที่จะเป็นพรรคปลดหนี้ให้ วันนี้ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเลิกจน เพราะเราทำงานหนักแค่ไหน ยิ่งทำก็ยิ่งเป็นหนี้ จึงถึงเวลาเราต้องช่วยกัน ต้องเลิกจน เลิกทน เลือกสิ่งใหม่ ๆ เพื่อมาเปลี่ยนแปลง ในขณะเดียวกันให้ทุกคนช่วยกันปลูกต้นไม้ ขณะที่พรรคจะลงทุนกับเทคโนโลยีเพื่อนำมาแก้ปัญหาน้ำท่วม เพราะที่ต่างประเทศหมดทะเลทรายก็ปลูกต้นไม้แม้แต่ทะเลทรายก็ปลูกต้นไม้สร้างเมืองได้ ประเทศที่เคยน้ำท่วมเดี๋ยวนี้ก็เลิกท่วม เลิกจม” หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ กล่าว
นายสุชัชวีร์ กล่าวต่อว่า ผู้สมัคร สส.พรรคไทยก้าวใหม่มืออาชีพ และมีการศึกษาสูง ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่คนในภาคเหนือจะต้องเลือก เบอร์ 49 ซึ่งขออาสาปักธง แก้ปัญหา แต่ถ้ายังเลือกเหมือนเดิมเลือกคนเก่า มันก็เหมือนการปะผุประเทศ เหมือนเครนที่ พระราม 2 และสีคิ้ว ที่ทาสีใหม่แต่ข้างในผุหมด รอวันที่จะพังลงมา ดังนั้นจึงขอคะแนนเสียง ให้พรรคไทยก้าวใหม่เบอร์ 49 เพื่อเลือก ตนมาแก้ปัญหา และเลือกคุณหญิงกัลยามาแก้เรื่องการศึกษา และช่วยเหลือให้หลุดจากความยากจน และจะ ไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง

