หน้าแรกกระบวนการยุติธรรมโจรมือดีใช้ไขควงงัดตู้หยอดเหรียญเครื่องซักผ้า 3 ตู้ กวาดเงินกว่า 2,000 บาท วอนตำรวจเร่งล่าตัว

โจรมือดีใช้ไขควงงัดตู้หยอดเหรียญเครื่องซักผ้า 3 ตู้ กวาดเงินกว่า 2,000 บาท วอนตำรวจเร่งล่าตัว

22 ม.ค. 69 – โจรมือดีใช้ไขควงงัดตู้หยอดเหรียญเครื่องซักผ้า 3 ตู้ กวาดเงินกว่า 2,000 บาท วอนตำรวจเร่งล่าตัว หลังในพื้นที่โดนซ้ำหลายราย

จากกรณีภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์คนร้ายก่อเหตุงัดตู้เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี โดยพฤติกรรมเป็นไปอย่างใจเย็น ใช้เวลาไม่นานก็สามารถขโมยเงินสดหลบหนีไปได้ โดยมีการโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก

จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดพบว่าคืนวันที่ 19 ม.ค.69 เวลาประมาณ 03.00 น. พบคนร้ายเป็นชายวัยกลางคน สวมเสื้อฮู้ดแขนยาวสีม่วง กางเกงขายาวสีดำ สวมหมวกกันน็อคและสวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า ใช้ไขควงทิ่มเข้าไปบริเวณช่องแม่กุญแจ ก่อนออกแรงดึงอย่างรุนแรงจนที่หยอดเหรียญหลุดออกมา โดยคนร้ายใช้เวลาก่อเหตุงัดตู้เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญทั้งหมด 3 ตู้ รวมระยะเวลาประมาณ 8 นาที ก่อนหลบหนีไปตามภาพที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด

ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ม.ค.69 เวลา 17.00 น. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณหมู่บ้านนันทิชา 3 ต. อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี พบกับ นายนิกร งามสง่า อายุ 42 ปี อาชีพรับเหมางานไฟฟ้า เจ้าของตู้เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญที่ถูกงัด

นายนิกร เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. โดยกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพคนร้ายขณะใช้ไขควงงัดตรงช่องเสียบกุญแจของตู้เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญจนสามารถเปิดเอาเงินสดออกไปได้ทั้งหมด ต่อมาในช่วงเย็นของวันจันทร์ที่ 20 มกราคม ตนได้เดินทางมาเพื่อเปิดตู้เก็บเหรียญตามปกติ แต่กลับพบว่าแม่กุญแจของตู้ทุกตู้หายไป จึงรีบตรวจสอบกล้องวงจรปิดผ่านโทรศัพท์มือถือ พบว่ามีการแจ้งเตือนเหตุคนร้ายก่อเหตุงัดตู้เอาเงินไป ซึ่งเกิดขึ้นในวันเดียวกับวันที่ตนจะมาเปิดตู้พอดี

นายนิกร กล่าวด้วยน้ำเสียงหดหู่ว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยถูกขโมยทรัพย์สินมาแล้วหลายครั้ง ทั้งบันไดสไลด์และสายไฟที่วางไว้ตามปกติ แต่ไม่คาดคิดว่าจะถูกขโมยอีกครั้ง โดยครั้งนี้คนร้ายสามารถขโมยเงินสดจากตู้เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญไปประมาณ 2,000 บาท ซึ่งแม้จำนวนเงินจะไม่มาก แต่เป็นรายได้ที่ตนสะสมจากการประกอบอาชีพสุจริต

จากการสังเกต คนร้ายมาก่อเหตุเพียงคนเดียว อายุประมาณ 30 ปี สวมเสื้อฮู้ดเพื่ออำพรางใบหน้า มีหมวกฮู้ดคลุมศีรษะและสวมหน้ากากอนามัย โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ซึ่งตนจำได้ว่าเป็นรถคันเดียวกับที่เคยพบเห็นในลักษณะต้องสงสัยมาก่อน และในละแวกใกล้เคียงก็มีผู้ประกอบการหลายรายเจอเหตุการณ์ถูกงัดตู้หยอดเหรียญในลักษณะเดียวกัน

ภายหลังเกิดเหตุ ได้เดินทางเข้าแจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.บางบัวทอง แต่จนถึงขณะนี้คดียังไม่มีความคืบหน้า จึงอยากฝากถึงผู้กำกับการ สภ.บางบัวทอง ให้ช่วยเร่งติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมาย เนื่องจากก่อเหตุซ้ำหลายครั้งและสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่เป็นวงกว้าง ก่อนกล่าวทิ้งท้ายด้วยความหวังว่าคนร้ายจะถูกจับกุมในเร็ววัน

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img