วันที่ 18 ม.ค. พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล.สั่งการให้ พ.ต.อ.อินทรัตน์ ปัญญา ผกก.7 บก.ทล.พ.ต.ท.พงษ์ศักดิ์ มีมุสิก สวญ.ส.ทล.1 กก.7 บก.ทล. ร่วมกันจับกุม น.ส.นริษา อายุ 32 ปี ในข้อหา “ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม” พร้อมของกลางรถเก๋งยี่ห้อ BMW สีขาว แผ่นป้ายทะเบียนปลอมจำนวน 2 แผ่น และเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปีปลอม จำนวน 1 แผ่น ได้บนทางหลวงหมายเลข 4 ช่วงกิโลเมตรที่ 883–884 ต.ท้ายช้าง อ.เมือง จ.พังงา

ทั้งนี้ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.1 กก.7 บก.ทล. ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุพบรถเก๋งคันดังกล่าวจอดอยู่ริมถนน โดยติดแผ่นป้ายทะเบียนที่มีลักษณะผิดปกติ ไม่ตรงตามรูปแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด จึงขอตรวจสอบอย่างละเอียด จนพบว่า แผ่นป้ายทะเบียนและเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี เป็นเอกสารที่ทำปลอมขึ้น เจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุมตัวผู้ขับขี่พร้อมของกลางไว้ดำเนินคดี

สอบสวน น.ส.นริษา ให้การรับสารภาพว่า รถคันดังกล่าวสามีของตนเป็นผู้ติดต่อซื้อผ่านเพจเฟซบุ๊กที่ประกาศขายรถหลุดจำนำ ตั้งแต่เมื่อปี 2567 โดยไปรับรถและชำระเงินที่จังหวัดนครปฐม ราคา 270,000 บาท ซึ่งแผ่นป้ายทะเบียนและเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีได้ติดมากับรถตั้งแต่ต้น หลังจากนั้นตนและสามีนำรถมาใช้งานในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตและพังงา กระทั่งถูกตรวจพบและจับกุมดังกล่าว จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพังงา ดำเนินคดีตามกฎหมาย สำหรับความผิดฐานปลอมเอกสารราชการหรือใช้เอกสารราชการปลอม มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 100,000 บาท

ทั้งนี้ ตำรวจทางหลวงขอเตือนประชาชนที่กำลังจะซื้อรถยนต์มือสอง ควรตรวจสอบเอกสารและที่มาของรถให้ละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อ หากมีการซื้อขายโดยไม่โอนกรรมสิทธิ์ทางทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย รถที่ได้มาอาจเป็นรถสวมทะเบียน หรือเกี่ยวข้องกับคดีอาญาอื่น ซึ่งผู้ซื้ออาจถูกดำเนินคดีในภายหลังได้

