หน้าแรกกระบวนการยุติธรรม'พิพัฒน์' ขีดเส้น 15 วัน สรุปผลสอบเครนถล่มรถไฟ รฟท. เคาะเยียวยาผู้เสียชีวิตรายละ 1.34 ล้านบาท พร้อมลุยฟ้องแพ่ง-อาญา

‘พิพัฒน์’ ขีดเส้น 15 วัน สรุปผลสอบเครนถล่มรถไฟ รฟท. เคาะเยียวยาผู้เสียชีวิตรายละ 1.34 ล้านบาท พร้อมลุยฟ้องแพ่ง-อาญา

วันนี้ (16 มกราคม) พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกคำสั่งด่วนให้กระทรวงคมนาคมแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุเครนก่อสร้างในโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ระยะที่ 1 (ช่วงกรุงเทพมหานคร–นครราชสีมา) สัญญาที่ 3-4 งานโยธาช่วงลำตะคอง–สีคิ้ว และช่วงกุดจิก–โคกกรวด หล่นทับขบวนรถไฟเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569

ทั้งนี้ ได้กำชับให้คณะกรรมการชุดดังกล่าวตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยในการปฏิบัติงานก่อสร้างอย่างละเอียด และต้องรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงกลับมาภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อนำไปสู่การแก้ไขและป้องกันปัญหาในอนาคต

ด้านอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยภายหลังรายงานสถานการณ์ต่อคณะกรรมการรถไฟฯ ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี โดยได้ข้อยุติที่เป็นทางการ ดังนี้:

กรณีผู้เสียชีวิต: การรถไฟฯ ร่วมกับบริษัทผู้รับจ้าง จะมอบเงินเยียวยารวม 1,340,000 บาทต่อราย

กรณีผู้ได้รับบาดเจ็บ: การรถไฟฯ จะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดจนกว่าจะหายเป็นปกติ ส่วนความเสียหายด้านทรัพย์สินหรือของสูญหาย ให้ผู้เสียหายยื่นเรื่องเพื่อให้ รฟท. พิจารณาชดใช้เป็นรายกรณี

อนันต์ ได้เน้นย้ำถึงมาตรฐานความปลอดภัยว่า ในพื้นที่ก่อสร้างที่ยังมีการเดินรถไฟตามปกติ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีวิศวกรหรือทีมประสานงานร่วมกับนายสถานีอย่างใกล้ชิด โดยมีกฎเหล็กสำคัญคือ เมื่อมีขบวนรถผ่าน พื้นที่ก่อสร้างต้องหยุดปฏิบัติงานทันที

ดังนั้น การสอบสวนจึงต้องเจาะลึกว่า ผู้รับจ้างได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์นี้อย่างเคร่งครัดหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบความบกพร่องของอุปกรณ์ เครื่องมือ หรือผู้ควบคุมงาน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง โดยคณะกรรมการกลางพิจารณาเหตุอันตรายของ รฟท. จะดำเนินการสอบสวนคู่ขนานกันไป

สำหรับการกู้คืนพื้นที่ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้ายตู้โบกี้ออกจากรางแล้ว และผู้รับจ้างกำลังเร่งรื้อถอนเครื่องจักร (Launcher) ที่เสียหายออกจากพื้นที่ คาดว่าจะใช้เวลาซ่อมแซมทางรถไฟประมาณ 7 วัน

ในส่วนของการดำเนินคดี อนันต์ยืนยันว่า รฟท. ได้แจ้งความดำเนินคดีอาญาในกรณีที่มีผู้เสียชีวิตแล้ว และจะเดินหน้าฟ้องร้องดำเนินคดีทางแพ่งอย่างเต็มที่ โดยครอบคลุมความเสียหายต่อทรัพย์สิน ความเสียหายต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นขององค์กร รวมถึงความเสียหายที่เกิดแก่ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต ซึ่งรายละเอียดความรับผิดชอบจะอ้างอิงตามผลการสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป

นอกจากนี้ รฟท. ได้สั่งการมาตรการระยะยาว โดยจะเร่งตรวจสอบ Launcher ในทุกโครงการก่อสร้าง และบังคับใช้มาตรการเฝ้าระวังความปลอดภัยขั้นสูง ด้วยการติดตั้งระบบเซนเซอร์และกล้องวงจรปิด (CCTV) ในจุดก่อสร้าง เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนคืนมา

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img