เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 15 ม.ค.69 ที่ บริเวณริมฟุตบาทหน้าแดนเนรมิตเก่า จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ อดีต สห.ทอ. ได้พานายเอ (นามสมมติ) อายุ 49 ปี พ่อค้าขายรองเท้ามือสอง ตลาดนกฮูก ถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี เข้าร้องเรียนสื่อมวลชนและเตรียมเข้าปรึกษาตำรวจกองปราบปราม หลังถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายและกระหน่ำแทงกว่า 18 แผล จนบาดเจ็บสาหัส แต่คดีกลับไม่มีความคืบหน้า
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 00.30 น. นายเอเล่าว่า ขณะนั่งอยู่หน้าร้าน ได้ยินเสียงดังมาจากประตูหลังร้าน เมื่อเดินไปตรวจสอบพบวัยรุ่น 4 คน กำลังยืนปัสสาวะใส่ประตูร้านตนเอง จึงได้ว่ากล่าวตักเตือนไปว่า
“ห้องน้ำอยู่ห่างไปไม่ถึง 20 เมตร ทำไมไม่ไปเข้า”
คำเตือนดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กลุ่มวัยรุ่น วัยรุ่น 2 ใน 4 คนได้เดินปรี่เข้ามาหาในลักษณะหาเรื่อง นายเอเห็นท่าไม่ดีจึงต่อยเพื่อป้องกันตัวไป 1 ครั้ง แต่กลับถูกวัยรุ่นอีกคนใช้มีดแทงเข้าที่ท้องทันทีจนล้มลง
หลังถูกแทง นายเอ พยายามหยิบเหล็กกันสาดมาป้องกันตัวและตะโกนขอความช่วยเหลือ จนกลุ่มวัยรุ่นพยายามขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี นายเอ จึงเดินตามไปจนถึงบริเวณหน้าร้าน “นกฮูกบาร์” ซึ่งมีพ่อค้าในแถวนั้นช่วยถีบรถจักรยานยนต์ของคนร้ายจนล้มลง
อย่างไรก็ตาม วัยรุ่นที่ถือมีดไม่ยอมให้จับกุมและเข้าไล่แทงนายเอซ้ำอย่างบ้าคลั่งจนนายเอ ล้มลง ถูกแทงรวมทั้งหมด 18 แผล ส่งผลให้ปอดฉีกขาด จนหายใจไม่ออก อาการสาหัส ถึงขั้นต้องปั๊มหัวใจเพื่อยื้อชีวิต รักษาตัวนาน 1 เดือน
“ที่เจ็บใจที่สุดคือ ที่จุดเกิดเหตุมีคนอยู่เยอะมาก และมียามของตลาดมายืนดูอยู่ 2 คน แต่กลับนิ่งเฉย ไม่เข้าช่วยเหลือหรือระงับเหตุเลย”
ภายหลังเกิดเหตุ ภรรยาของนายเอ ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี แต่เวลาผ่านไปนานกว่าหนึ่งเดือน คดียังไม่มีความคืบหน้าและยังไม่สามารถนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีได้ นายเอ จึงตัดสินใจเข้าร้องเรียนกับ จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ เพื่อให้ช่วยประสานงานติดตามคดี
จ่าคิงส์ ระบุว่า พฤติกรรมของคนร้ายถือเป็นภัยสังคมอย่างยิ่ง เพียงแค่ถูกตักเตือนเรื่องไปยื่นปัสสาวะหลังร้าน แต่กลับใช้ความรุนแรงถึงขั้นหมายเอาชีวิต หลังจากนี้จะพาผู้เสียหายเข้าพบพนักงานสอบสวนที่กองบังคับการปราบปราม เพื่อเร่งรัดคดีตามกฎหมายต่อไป

