การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) 13 มกราคม – นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ กนอ. เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2568 กนอ. ให้ความสำคัญอย่างสูงสุดกับการรับฟัง “เสียงของผู้ใช้บริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย” (Voice of Customer & Stakeholders) เพื่อนำมาเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนองค์กรตามระบบการประเมินผลรัฐวิสาหกิจ (Core Business Enablers) โดยผลการสำรวจในปีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
“ผลการสำรวจพบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นและความพึงพอใจในภาพรวมอยู่ในเกณฑ์สูง ซึ่ง กนอ. พร้อมนำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์เจาะลึกเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้เหนือความคาดหวังของนักลงทุนและชุมชน”นายสุเมธ กล่าว

สำหรับผลการสำรวจกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญรวม 8 กลุ่ม อาทิ ผู้ประกอบการในนิคมฯ (ทั้งไทยและต่างประเทศ) ผู้พัฒนานิคมฯ เอกชน ชุมชนโดยรอบ หน่วยงานภาครัฐ และสื่อมวลชน มีประเด็นสำคัญ ดังนี้ ด้านความพึงพอใจและทัศนคติ อยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะมาตรฐานการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย ซึ่งเป็นจุดแข็งที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน, ด้านผลิตภัณฑ์และบริการ ผู้ใช้บริการมีความพึงพอใจสูงต่อระบบการให้บริการสิทธิประโยชน์และกระบวนการอนุมัติอนุญาตที่รวดเร็วขึ้น รวมถึงการให้คำปรึกษาเชิงรุกของเจ้าหน้าที่, ด้านชุมชนและสังคม ทัศนคติของชุมชนมีทิศทางที่เป็นบวกเพิ่มขึ้น สะท้อนถึงความสำเร็จของโครงการด้าน CSR และการสื่อสารที่โปร่งใส ทำให้เกิดความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม
นายสุเมธ กล่าวอีกว่า กนอ. ได้วางแนวทางการพัฒนาเพื่อยกระดับองค์กรอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการปรับปรุงระบบติดตามผลให้สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการปี 2569 การพัฒนาระบบฐานข้อมูลสารสนเทศเพื่อให้การปรับปรุงบริการตรงจุดและทันท่วงที รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสผ่านรายงานความยั่งยืนตามมาตรฐานสากล (GRI) เพื่อตอกย้ำความเชื่อมั่นต่อสาธารณะ
“กนอ.จะไม่หยุดเพียงแค่ผลสำเร็จในปีนี้ แต่เราจะนำข้อมูลสารสนเทศที่ได้รับไปเป็นเข็มทิศในการปรับปรุงกระบวนงาน (Process) และผลลัพธ์ (Results) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคอุตสาหกรรมไทย และสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นกับสังคมและสิ่งแวดล้อม ตามพันธกิจในการเป็นองค์กรหลักที่นำอุตสาหกรรมไทยสู่สากลด้วยความเชื่อมั่น” นายสุเมธ กล่าว

