รมว.สธ. เปิดตัว “หมอพร้อม SUPER APP” ควบคู่การขับเคลื่อนนโยบาย “หมอไม่ล้า ประชาชนไม่รอ”

127

รมว.สาธารณสุข เปิดตัว “หมอพร้อม SUPER APP” กระเป๋าสุขภาพดิจิทัล เชื่อมโยงข้อมูลการรักษาทั้งประเทศ เดินหน้านโยบาย “หมอไม่ล้า ประชาชนไม่รอ” ยกระดับบริการแพทย์ให้รวดเร็ว เท่าเทียม และเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา

วันนี้ (12 ม.ค. 2569) ที่ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อาคารอิมแพค ฟอรัม เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดงาน Kick Off โครงการ “หมอพร้อม SUPER APP” หรือ “กระเป๋าสุขภาพดิจิทัล” แพลตฟอร์มเชื่อมโยงบริการทางการแพทย์ทั้งระบบ ภายใต้นโยบายเร่งยกระดับระบบบริการสุขภาพของประเทศ

ภายในงานมี นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เข้าร่วม พร้อมด้วยผู้บริหารและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อาทิ ศ.นพ.จารุพล ตวงศิริทรัพย์ รองผู้อำนวยการสำนักสุขภาพดิจิทัล, ผศ.(พิเศษ) นพ.วรเวทย์ โรจน์จรัสไพศาล นายแพทย์เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลสุรินทร์, นพ.อดิชาญ เชื้อจินดา รองผู้อำนวยการสำนักสุขภาพดิจิทัล และ นพ.ณัฏฐธนิน เศรษฐวนิชย์ นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลแพร่ ร่วมเป็นสักขีพยาน

นายพัฒนา กล่าวว่า การเปิดตัว “หมอพร้อม SUPER APP” ถือเป็นก้าวสำคัญของกระทรวงสาธารณสุขในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และประสิทธิภาพในการให้บริการด้านสุขภาพ พร้อมสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ของประชาชนทั่วประเทศ ผ่านแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพและบริการทางการแพทย์ไว้อย่างครบวงจร

โครงการดังกล่าวเป็นการพัฒนาต่อยอดจากแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” ซึ่งเริ่มใช้งานในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และเติบโตเป็นฐานข้อมูลสุขภาพภาคประชาชนที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ มีผู้ใช้งานกว่า 30 ล้านคน สู่การเป็น “หมอพร้อม SUPER APP” หรือ “กระเป๋าสุขภาพดิจิทัล” ที่ประชาชนสามารถมีข้อมูลสุขภาพของตนเองอยู่ในมือ

หมอพร้อม SUPER APP ช่วยให้ประชาชนสามารถตรวจสอบประวัติการรักษา ประวัติการแพ้ยา และผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Lab) ได้ทุกที่ทุกเวลา รองรับการจองคิวออนไลน์ การออกใบรับรองแพทย์ดิจิทัล การปรึกษาแพทย์ผ่านระบบ Telemedicine รวมถึงการเชื่อมโยงข้อมูลการรักษาระหว่างโรงพยาบาลรัฐ เอกชน คลินิก และร้านขายยา ภายใต้มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับสูง

นายพัฒนา กล่าวต่อว่า การประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบสาธารณสุขไทย โดยมีหัวใจสำคัญคือการนำเทคโนโลยีดิจิทัล อาทิ AI และ Big Data มาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพทั่วประเทศ เพื่อช่วยลดภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการคิว การรักษาผ่านระบบ Telemedicine และการส่งต่อผู้ป่วยให้เป็นไปอย่างไร้รอยต่อ ส่งผลให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และทั่วถึง

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อสร้างข้อตกลงร่วมกันของภาคีเครือข่าย โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ผู้บริหารระดับสูง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไป นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้รับผิดชอบงานด้านดิจิทัลสุขภาพ รวมถึงภาคเอกชน รวมกว่า 1,000 คน เพื่อร่วมกันผลักดันนโยบายสู่การปฏิบัติจริง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลด้านสุขภาพที่มีมาตรฐานเดียวกัน เพื่อเปลี่ยนนโยบายให้เกิดผลเป็นรูปธรรม มุ่งหวังให้บุคลากรทางการแพทย์มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดความเหนื่อยล้า และมีเวลาดูแลผู้ป่วยได้อย่างเต็มศักยภาพ ขณะที่ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ เสถียร และปลอดภัย อันเป็นการร่วมกันออกแบบอนาคตระบบสาธารณสุขไทยให้ “หมอมีความสุข และประชาชนมีสุขภาพดี” อย่างยั่งยืนน