ผบ.ทร. ตรวจความพร้อม นรข. คุมเข้มลุ่มน้ำโขง รับมือภัยคุกคามข้ามชาติ ปีแห่งความพร้อมรบ 2569

98

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้เดินทางตรวจเยี่ยมหน่วยรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เพื่อรับทราบสถานการณ์ ตรวจสอบความพร้อมด้านกำลังพล ยุทโธปกรณ์ การข่าว และการปฏิบัติการของหน่วยในพื้นที่รับผิดชอบ โดยในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยถือปฏิบัติตามนโยบายกองทัพเรือ ประจำปี พ.ศ. 2569 “ปีแห่งความพร้อมรบของกองทัพเรือ” อย่างเคร่งครัด โดยให้ความสำคัญกับความพร้อมในทุกมิติ ทั้งด้านกำลังพลที่มีวินัย ความรู้ ความชำนาญ และขวัญกำลังใจ ด้านยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีที่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนความพร้อมด้านการปฏิบัติการและการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง

ในโอกาสนี้ พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้รับฟังและชื่นชมผลการปฏิบัติงานของ นรข. ซึ่งในปีที่ผ่านมา (พ.ศ.2568) ได้ปฏิบัติภารกิจด้านการบังคับใช้กฎหมายและการปราบปรามภัยคุกคามข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถดำเนินการจับกุมคดียาเสพติดและของผิดกฎหมายได้จำนวนมาก โดยจับผู้ต้องหาได้ 107 คน ตรวจยึดของกลางที่เป็นยาเสพติดประเภทต่าง ๆ อาทิ ยาบ้าเกือบ 30 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 2,119.1 กิโลกรัม เคตามีนและสารตั้งต้นอื่น ๆ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 2,195 ล้านบาทเศษ

นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจยึดสิ่งของผิดกฎหมาย สินค้าหลีกเลี่ยงภาษี และสิ่งของที่ได้จากการโจรกรรมซึ่งพยายามลำเลียงข้ามชายแดนได้อีกจำนวนมาก เช่น กัญชา 1,573 กิโลกรัม ใบกระท่อม 220 กิโลกรัม ยาแก้ไอ 461 กิโลกรัม รถยนต์กระบะ 10 คัน รถจักรยานยนต์ 53 คัน เรือหางยาว 36 ลำ รวมทั้งบุหรี่ต่างประเทศ โค กระบือ ไม้มีค่า และสินค้าเกษตร มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท พร้อมผู้ต้องหา 39 คน อันเป็นการตัดวงจรเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ลดผลกระทบต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจของประเทศ และเสริมสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขงและพื้นที่ตอนในอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ หน่วย นรข. ยังได้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติตรวจคนเข้าเมืองอย่างเข้มงวด สามารถตรวจพบและจับกุมชาวต่างชาติและชาวไทยที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จำนวน 149 คน พร้อมตรวจยึดของกลางที่เกี่ยวข้อง อาทิ ยานพาหนะและอุปกรณ์ที่ใช้ในการลักลอบนำพา คิดเป็นมูลค่ารวมเกือบ 3 ล้านบาท ซึ่งเป็นการสกัดกั้นขบวนการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ลดความเสี่ยงด้านความมั่นคง อาชญากรรมข้ามชาติ และผลกระทบต่อสังคมในพื้นที่ตามแนวแม่น้ำโขงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือได้ชื่นชมผลงานในการปราบปรามอย่างจริงจัง พร้อมทั้งมอบนโยบายให้หน่วยในพื้นที่คงความเข้มงวดในการลาดตระเวน เฝ้าระวัง และติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงตลอดแนวลำน้ำโขง ตั้งแต่จังหวัดเชียงรายจนถึงจังหวัดอุบลราชธานีอย่างต่อเนื่อง โดยยึดหลักกฎหมายในการปฏิบัติงาน และการบูรณาการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อรับมือภัยคุกคามข้ามชาติอย่างใกล้ชิด

กองทัพเรือยืนยันความมุ่งมั่นในการพัฒนาขีดความสามารถและความพร้อมรบของกำลังทางเรืออย่างต่อเนื่อง เพื่อพิทักษ์รักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ และปฏิบัติตามนโยบาย “พ.ศ. 2569 ปีแห่งความพร้อมรบของกองทัพเรือ” ที่ผู้บัญชาการทหารเรือได้มอบไว้

สำนักงานโฆษกกองทัพเรือ
13 มกราคม 2569