คดีสะเทือนใจสังคม! เด็กออทิสติกวัย 12 ปี ถูกครูผู้ช่วยใช้ไม้บรรทัดเหล็กกรีดขา ก่อนจับขังในตู้เหล็กนานกว่า 1 ชั่วโมง จนสภาพจิตใจย่ำแย่ ไม่กล้าไปโรงเรียน ล่าสุด ผกก.สภ.บางบัวทอง เตรียมเรียกสอบทุกฝ่าย เดินหน้าคดีอาญา-วินัย ขณะที่แม่ผู้เสียหายลั่นไม่ยอมความ ขอความเป็นธรรมให้ลูกจนถึงที่สุด

จากกรณีแม่ร้องขอความเป็นธรรม หลังลูกชายออทิสติกวัย 12 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ถูกครูผู้ช่วยทำร้ายร่างกาย โดยใช้ไม้บรรทัดเหล็กกรีดขาจนเป็นแผล และถูกจับขังอยู่ในตู้เหล็กนานนับ 1 ชม.ส่งผลให้เด็กมีอาการหวาดกลัว ร้องไห้บ่อย พูดและเขียนคำว่า “เสียใจ” ซ้ำ ๆ ไม่กล้าไปโรงเรียน ครอบครัวจึงเข้าแจ้งความและนำหลักฐาน รวมถึงภาพจากกล้องวงจรปิด เข้าร้องขอความช่วยเหลือกับ ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ “ดร.แก้ว” หลังเห็นว่าคดีมีความล่าช้า แม้ผู้อำนวยการโรงเรียนจะเคยรับปากว่าจะดำเนินการ แต่ยังอ้างว่าต้องรอผลการสอบสวนจากตำรวจ ขณะที่ ดร.แก้ว ยืนยันจะช่วยผลักดันทั้งคดีอาญาและการดำเนินการทางวินัย เพื่อให้ผู้ก่อเหตุรับผิดชอบและให้ความเป็นธรรมกับเด็กผู้เสียหาย

เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 69 ที่สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ ได้พาแม่ น้าสาว และเด็กชายวัย 12 ปี ซึ่งเป็นผู้เสียหาย เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ธรรศกร ก้อนทอง ผกก. สภ.บางบัวทอง เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี โดยมี นางวาริน วีระสุนทร หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี นักพัฒนาสังคมชำนาญการพิเศษ กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมด้วย น.ส.เกศราภรณ์ ดิษฐรักษ์ นักสังคมสงเคราะห์ปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี และทีมสหวิชาชีพ ร่วมเข้าสอบถามข้อมูลจากผู้ปกครอง เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง
น.ส.เอ มารดาของเด็ก กล่าวว่า วันนี้ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะ ดร.แก้ว สื่อมวลชน ผู้กำกับการ สภ.บางบัวทอง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนนทบุรี บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี รวมถึงกระทรวงยุติธรรม ที่ช่วยเร่งรัดดำเนินการคดีในทุกด้าน ทำให้ตนรู้สึกสบายใจขึ้น อย่างไรก็ตาม สภาพจิตใจของลูกชายยังคงหวาดผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และร้องไห้บ่อย จึงอยากให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดโดยเร็ว และยืนยันว่าจะดำเนินการให้ถึงที่สุด ทั้งทางแพ่งและทางอาญา

ด้าน พ.ต.อ.ธรรศกร ก้อนทอง ผกก. สภ.บางบัวทอง เปิดเผยว่า คดีนี้จำเป็นต้องสอบปากคำทุกฝ่ายที่อยู่ในเหตุการณ์ รวมถึงตัวเด็ก เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงอย่างชัดเจนว่าใครเป็นผู้กระทำ เมื่อรวบรวมพยานหลักฐานครบถ้วนแล้ว จะดำเนินการเรียกผู้กระทำผิดมารับทราบข้อกล่าวหา โดยในวันพรุ่งนี้จะนัดผู้อำนวยการโรงเรียน รวมถึงครูพยานที่อยู่ห้องข้างเคียง และขอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากทางโรงเรียนมาประกอบการพิจารณาว่าจะต้องแจ้งข้อกล่าวหากับครูรายใด
ส่วนผลการตรวจร่างกายจากแพทย์ในเบื้องต้น ระบุเพียงว่าเด็กได้รับบาดเจ็บ ซึ่งจะมีการติดตามผลการตรวจอย่างละเอียดเพิ่มเติม หากพบว่ามีความผิด ก็สามารถแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายได้ ทั้งนี้ต้องพิจารณาเรื่องเจตนาเป็นสำคัญ โดยจากพฤติการณ์เบื้องต้นมองว่าเป็นการลงโทษที่ผิดวิธี ไม่ใช่การกักขัง แต่ถือเป็นการอบรมหรือทำโทษเด็กที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กเป็นเด็กพิเศษ ซึ่งเป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้อง

ขณะที่ นางวาริน วีระสุนทร หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า หลังได้รับการประสานจากกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จึงได้นัดหมายพูดคุยกับผู้ปกครอง เด็กผู้เสียหาย ดร.แก้ว ผู้กำกับการ สภ.บางบัวทอง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนนทบุรี บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี นักสังคมสงเคราะห์ และทีมสหวิชาชีพ เพื่อสอบถามรายละเอียดและหาแนวทางช่วยเหลือเด็กอย่างเร่งด่วน โดยหลังจากนี้จะเดินทางไปยังโรงเรียนเพื่อสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และวางแนวทางดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ขณะทีมสหวิชาชีพพูดคุยสอบปากคำน้องผู้ป่วยออทิสติก น้องเกิดร้องไห้โฮด้วยความหวาดกลัวจนคุณแม่ต้องรีบเข้าไปโอบกอดเพื่อปลอบโยน เนื่องจากสภาพจิตใจของน้องอยู่ในภาวะย่ำแย่และมีอาการร้องไห้บ่อยครั้ง อย่างไรก็ตาม ทีมงานและผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างช่วยกันดูแล ให้ขนมและพูดคุยปลอบขวัญ จนน้องเริ่มผ่อนคลายและสามารถยิ้มออกมาได้

