12 ม.ค. 69 – “ดร.เอ้” ร่วมจับมือแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 5 พรรคการเมืองยืนยันไม่สนับสนุนการซื้อสิทธิ์ขายเสียงอย่างเด็ดขาดชี้ -การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สิทธิ์ประชาชนเป็นผู้เลือก
เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2569 เวทีแสดงวิสัยทัศน์ เลือกตั้ง 69 “เปลี่ยนใหม่หรือไปต่อ” ซึ่งจัดขึ้น จังหวัดชลบุรี – ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ กล่าวถึงแนวทางการแก้ปัญหาพื้นที่ EEC หรือ โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกว่าที่ผ่านมาคนภาคตะวันออกถูกหลอกว่ามีอุตสาหกรรมแล้วจะทำให้มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ในความเป็นจริงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาขึ้น นอกจากปัญหามลพิษที่สั่งสมอย่างยาวนาน

ดังนั้น หากพรรคไทยก้าวใหม่ได้รับเลือกให้เป็นรัฐบาล จะเร่งดึงดูดการลงทุนจากบริษัทชั้นนำระดับโลก อย่าง Google Apple มาลงทุนในไทย เพราะธุรกิจเหล่านี้มีเม็ดเงินมหาศาล และปล่อยมลพิษต่ำ แต่สุดท้ายธุรกิจทื่มาลงทุนในไทยกลับเป็นธุรกิจกลุ่มทุนเทาหากยังปล่อยให้มีธุรกิจทุนเทา ก็จะไม่เกิดการจ้างงานคนในพื้นที่ ที่สำคัญยังปล่อยขยะและมลพิษทิ้งให้ขยะเป็นปัญหาสะสมในประเทศอีกด้วย
พร้อมกันนี้ ดร.เอ้ สุชัชวีร์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคไทยก้าวใหม่ ยังประกาศบนเวทีว่าหากได้เป็นนายกรัฐมนตรี ผมจะเป็นนายกรัฐมนตรีภาคตะวันออกคนแรกของประเทศไทย ที่จะสร้างความเชื่อมั่นว่า EEC การลงทุนในภาคตะวันออก และคนภาคตะวันออกต้องได้ประโยชน์ ทั้งการจ้างงานในสัดส่วนคนภาคตะวันออกและให้มีการจ้างงานคนภาคตะวันออกมากที่สุดและไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ
แต่ปัญหาของ EEC คือบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกไม่มา ก็เพราะว่าเราไม่เคยสนับสนุน เรื่องการศึกษา ให้รองรับเทคโนโลยีระดับสูงได้ ภาคตะวันออกทั้งภาคมีแค่ ม.บูรพา มหาลัยเดียว ดังนั้นการพัฒนาแรงงานทักษะสูงในภาคตะวันออกจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะเป็นปัจจัยที่ทำให้บริษัทชั้นนำระดับโลกมาลงทุน ไม่ใช่มาแต่โรงงานทุนเทา
และคำถามในเรื่องการลงประชามติ ดร.เอ้ ให้คำตอบว่า พรรคไทยก้าวใหม่อยากให้ทุกคนไปใช้สิทธิเลือกตั้งและอยากให้ประชาชนตัดสินใจลงมติด้วยวิจารณญาณของตนเอง ไม่อยากให้มีการชี้นำ และผลประชามติออกมาอย่างไรก็ขอให้ทุกคนยอมรับ ซึ่งในส่วนของพรรคไทยก้าวใหม่ อยากให้มีการแก้ไขในหมวดที่ 5 เรื่องหน้าที่ของรัฐที่อยากให้บัญญัติเรื่องการจัดการภัยพิบัติให้เป็นหน้าที่ของรัฐด้วย เพื่อให้เจ้าหน้าที่รัฐต้องรับผิดชอบ หากรับมือภัยพิบัติผิดพลาดจนเกิดความสูญเสีย ไม่ว่าจะเป็นชีวิตหรือทรัพย์สิน
ในช่วงท้ายของเวทีดีเบต พิธีกรให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 5 พรรคการเมืองจับมือร่วมกันเพื่อยืนยันว่าจะไม่สนับสนุนการซื้อสิทธิ์ขายเสียงอย่างเด็ดขาด

