ผบช.ภ.8​ จัดหนัก สั่งล่า “จ่าสิบตำรวจ” พาผู้ต้องหาค้ายาหลบหนี ศาลฟัน 2 ข้อหาหนัก

172

ศาลจังหวัดทุ่งสง อนุมัติหมายจับ จ่าสิบตำรวจ สภ.ทุ่งใหญ่ ฐานใช้อำนาจโดยมิชอบ เปิดกรงควบคุมตัว พาผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญหลบหนีออกจากโรงพักกลางดึก สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อภาพลักษณ์

เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2569 (เวลา10.00 น.) พล.ต.ท.สิทธิชัย โล่กันภัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 เปิดเผยว่า ได้มีคำสั่งเด็ดขาดให้ ระดมกำลังทุกหน่วย ไล่ล่าตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายโดยไม่ละเว้นพื้นที่ใด พร้อมกำชับให้ดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีการปกป้องผู้กระทำผิด แม้จะอยู่ในเครื่องแบบก็ตาม

ศาลฟันหมายจับ 2 ข้อหาหนัก โดยศาลจังหวัดทุ่งสงได้อนุมัติหมายจับที่ 15/2569 ลงวันที่ 10 มกราคม 2569จับกุม จ.ส.ต.ธีรวัฒน์ มีสีจันทร์ อายุ 35 ปีตำแหน่ง ผบ.หมู่ (ป.) สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช

ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ควบคุมผู้ต้องขัง แต่กระทำให้ผู้ต้องขังหลุดพ้นการคุมขัง เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบซึ่งมีอายุความยาวถึง 15 ปี

เปิดพฤติการณ์ช็อก “เปิดกรง-พาหนี”จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดและสอบสวนพยาน พบว่า
เมื่อเวลา 01.24 น. คืนวันที่ 10 มกราคม 2569ขณะเข้าเวรสิบเวรดูแลห้องควบคุมผู้ต้องขังจ.ส.ต.ธีรวัฒน์ ได้เปิดกรงควบคุมตัวนายเอกลักษณ์ หรือ “ตู่” เดชผลิตผู้ต้องหาคดี จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ซึ่งเป็นคดีร้ายแรงเกี่ยวข้องกับการค้าและแพร่กระจายยาเสพติดในสังคม
ก่อนพาหลบหนีออกจาก สภ.ทุ่งใหญ่ ไปในเวลากลางคืน

กระทั่งเวลา 07.15 น. เช้าวันเดียวกันก่อนผลัดเปลี่ยนเวร จ.ส.ต.ธีรวัฒน์ ได้แจ้งกับร้อยเวรป้องกันปราบปรามว่า“ผู้ต้องหาหลบหนีออกจากที่คุมขัง”จากนั้น จ่าสิบตำรวจรายนี้ก็หายตัวไปทันที โดยทีมสืบสวนได้ติดตามไปยังบ้านพักและบ้านญาติ แต่ไม่พบตัว ไม่สามารถติดต่อได้ จึงเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเสนอศาลออกหมายจับทันควัน

ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่นรอง ผบช.ภ.8 รรท. บก.ภ.จว.นครศรีธรรมราชสั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษและชุดสืบสวนทุกหน่วย ระดมล่าทั้งจังหวัด – ขยายผลเส้นสัมพันธ์ปิดล้อม แกะรอย ไล่ล่าผู้ต้องหาทั้งสองรายอย่างเร่งด่วน ขณะเดียวกัน ผู้บังคับบัญชาระดับสูงได้สั่ง สอบสวนขยายผลความสัมพันธ์ระหว่างจ่าสิบตำรวจกับผู้ต้องหาคดียาเสพติด ว่ามีแรงจูงใจหรือผลประโยชน์ใดอยู่เบื้องหลังการกระทำดังกล่าว ทั้งยังได้กำชับ คดีนี้จะไม่มีใครได้รับการช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษ และจะดำเนินการถึงที่สุด