หน้าแรกกระบวนการยุติธรรมศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ เร่งช่วยเหลือหญิงสูงวัย ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกว่าบัญชีพัวพันคดียาเสพติด

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ เร่งช่วยเหลือหญิงสูงวัย ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกว่าบัญชีพัวพันคดียาเสพติด

11 ม.ค. 69 – ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ เร่งช่วยเหลือผู้สูงวัย หญิงอายุ 74 ปีถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกว่าบัญชีพัวพันคดียาเสพติด ให้โอนเงินไปตรวจสอบ พบสูญเงินเกือบ 1.2 ล้านบาท 

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ 
รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. เปิดข้อมูลการเข้าช่วยเหลือเหยื่อ ในวันที่ 11 ม.ค.69 โดยศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ได้ประสานงานร่วมกันกับทุกภาคส่วน ประกอบกับประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้าตรวจสอบพร้อมช่วยเหลือเหยื่ออย่างทันท่วงที

เจ้าหน้าที่ warroom ศูนย์ ACSC ประสานเจ้าหน้าที่ สภ.พระสมุทรเจดีย์ เข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลือผู้เสียหายอย่างเร่งด่วนหลังพบว่าผู้เสียหาย เป็นหญิง อายุ 74 ปี มีพฤติการณ์เข้าข่ายถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงให้โอนเงินเข้าบัญชีม้าอย่างต่อเนื่อง และยังไม่เชื่อว่าตนเองตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบว่าผู้เสียหายได้โอนเงินออกจากบัญชีจนเต็มวงเงิน และยังเดินทางไปยังสาขาธนาคารเพื่อทำธุรกรรมเพิ่มเติม โดยอ้างว่าเป็นการโอนเงินไปให้หลานและนำไปใช้หนี้ เจ้าหน้าที่จึงรีบลงพื้นที่เข้าช่วยเหลือเนื่องจากเกรงว่าผู้เสียหายอาจถูกมิจฉาชีพข่มขู่และควบคุมทางจิตใจ

สอบถามผู้เสียหายภายหลังให้การว่า ได้รับโทรศัพท์จากบุคคลอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารออมสิน แจ้งว่าบัญชีของตนกำลังจะถูกอายัด ก่อนโอนสายไปยังบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองภูเก็ต และให้โอนเงินไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อตรวจสอบ โดยคนร้ายใช้วิธีวิดีโอคอลสั่งการให้ทำตามขั้นตอนต่าง ๆ และมีการส่งเอกสารราชการปลอมที่ระบุว่ามีการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด และบัญชีของผู้เสียหายมีส่วนไปพัวพัน จนทาง ปปง. ให้อายัดเงินของผู้เสียหายไปทำการตรวจสอบ โดยในเอกสารอีกฉบับยังระบุอีกว่าหากทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วไม่พบการกระทำความผิด จะมีการเยียวยาชดเชยให้ผู้เสียหายทันที ยิ่งเป็นการเพิ่มความน่าเชื่อถือ จนสุดท้ายผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินไปยังบัญชีคนร้ายรวม 5 ครั้ง เป็นเงินทั้งสิ้น 1,199,998 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้อธิบายข้อเท็จจริงให้ผู้เสียหายรับทราบว่าเป็นกลอุบายของแก๊งคอลเซ็นเตอร์และเน้นย้ำว่าหากมีการติดต่อในลักษณะดังกล่าวอีก ห้ามโอนเงินโดยเด็ดขาด พร้อมทั้งให้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ขอเตือนภัยและย้ำเตือนประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุและครอบครัวให้เพิ่มความระมัดระวังกรณีดังกล่าว โดยมิจฉาชีพมักจะเลือกเหยื่อสูงวัย โทรศัพท์หาอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ พร้อมระบุว่าบัญชีมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในลักษณะต่าง ๆ ก่อนบังคับ ข่มขู่ให้อยู่คนเดียว ห้ามบอกใครเพราะเป็นความลับทางราชการ มิหนำซ้ำยังส่งเอกสารราชปลอมเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือจึงขอเน้นย้ำประชาชน อย่าหลงเชื่อคำขู่เรื่องบัญชีถูกอายัดหรือมีส่วนพัวพันกับการกระทำความผิด เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ธนาคารหรือหน่วยงานของรัฐ จะไม่มีการโทรศัพท์แจ้งว่าเกี่ยวข้องกับการทำผิดกฎหมาย, ไม่ให้แอดไลน์เพื่อส่งเอกสารราชการ, ไม่วิดีโอคอลสอบปากคำ และที่สำคัญที่สุด จะไม่มีการให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชีเด็ดขาด

ดังนั้น หากได้รับการติดต่อในลักษณะดังกล่าว ขอให้ยุติการสนทนาทันที และติดต่อสอบถามกลับไปกับหน่วยงานนั้นโดยตรง เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ และหากหลงเชื่อหรือเกิดความเสียหายแล้ว ให้รีบโทรแจ้งไปยังสายด่วน 1441 หรือแจ้งความออนไลน์ผ่าน www.thaipoliceonline.go.th ทันที 

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img