ตำรวจสอบสวนกลาง โดย บก.ปอศ. เดินหน้าปราบอาชญากรรมเศรษฐกิจ บุกค้น 2 พื้นที่สำคัญ ย่านจันทน์–อินทามระ ทลายแหล่งซุกซ่อนแก๊สไนตรัสออกไซด์ หรือ “แก๊สหัวเราะ” ของกลางกว่า 200 กระบอก มูลค่ากว่า 4 แสนบาท เตือนภัยใช้ผิดวัตถุประสงค์ เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เปิดปฏิบัติการเชิงรุก บุกทลายแหล่งซุกซ่อน “แก๊สหัวเราะ” หรือแก๊สไนตรัสออกไซด์ ที่ลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร สามารถตรวจยึดของกลางรวม 204 กระบอก มูลค่ากว่า 400,000 บาท พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย
ปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยมอบหมายให้ พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ปอศ. ลงพื้นที่ตรวจค้นตามหมายศาลภาษีอากรกลาง ลงวันที่ 7 มกราคม 2569
จุดแรกเป็นบ้านตึกแถว ภายในซอยจันทน์ 40 แขวงพระยาไกร เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ สามารถจับกุม น.ส.ดาหวัน (สงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี พร้อมของกลางแก๊สไนตรัสออกไซด์ 106 กระบอก
จุดที่สองเป็นห้องเช่าอพาร์ตเมนต์ ภายในซอยอินทามระ 9 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ จับกุม นายวิกรานต์ (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี พร้อมของกลางอีก 98 กระบอก

ผู้ต้องหาทั้งสองถูกแจ้งข้อหา “ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ซื้อ รับไว้ซึ่งของที่รู้ว่าเป็นของนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร” ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอศ. ดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสืบสวนพบว่า แก๊สหัวเราะดังกล่าวถูกลักลอบนำมาใช้ผิดประเภท โดยนำไปบรรจุใส่ลูกโป่งจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวและกลุ่มวัยรุ่นตามสถานบันเทิง เพื่อสูดดมสร้างความมึนเมา เคลิบเคลิ้ม ใช้ทดแทนยาเสพติดอื่น สามารถสั่งซื้อได้ง่ายผ่านช่องทางออนไลน์ และมีการว่าจ้างไรเดอร์กระจายสินค้าทั่วกรุงเทพมหานคร
สอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองรับสารภาพว่า เก็บซุกซ่อนแก๊สไนตรัสออกไซด์ไว้เพื่อจำหน่ายจริง โดยเป็นสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากต่างประเทศและไม่ได้เสียภาษีอย่างถูกต้อง

บก.ปอศ. ขอเตือนประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชน การนำแก๊สไนตรัสออกไซด์มาใช้ผิดวัตถุประสงค์ อาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อระบบประสาทและสมอง หากสูดดมในปริมาณมาก แก๊สจะเข้าไปแทนที่ออกซิเจน ทำให้คลื่นไส้ อาเจียน มึนงง หมดสติ เสี่ยงหกล้มบาดเจ็บ และอาจเสียชีวิตได้ หากใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจทำให้เส้นประสาทเสื่อม กล้ามเนื้ออ่อนแรง ชา และสูญเสียการรับความรู้สึก
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะเดินหน้ามาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าและจำหน่ายสินค้าที่ไม่ได้เสียภาษีและอาจเป็นอันตรายต่อประชาชน พร้อมขอความร่วมมือให้ผู้กระทำความผิดยุติการกระทำทันที

