หน้าแรกกระบวนการยุติธรรมโครงการบ้านหลังสุดท้ายของวัดดัง ถูกเพจเฟซบุ๊กโพสต์ ระบุ วัดเรียกเงิน ทำเสียชื่อเสียง ด้านวัดไม่ปล่อยผ่าน แจ้งความดำเนินคดี

โครงการบ้านหลังสุดท้ายของวัดดัง ถูกเพจเฟซบุ๊กโพสต์ ระบุ วัดเรียกเงิน ทำเสียชื่อเสียง ด้านวัดไม่ปล่อยผ่าน แจ้งความดำเนินคดี

7 ม.ค. 69 – เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ประคองธรรม มอบอำนาจไวยาวัจกร แจ้งความดำเนินคดี หลังถูกเพจเฟซบุ๊กโพสต์ข้อความเท็จ กล่าวหา โครงการบ้านหลังสุดท้ายเผาศพผู้ยากไร้ ต้องเสียเงิน

พระกิตติวชิรธาดา เจ้าคณะอำเภอบางใหญ่ /เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ประคองธรรม ได้มอบอำนาจให้กับนายไพรัช สุดธูป ไวยาวัจกรของวัดเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.อ.สิรภพ อนุศิริ ผกก.สภ.บางใหญ่ เพื่อให้ดำเนินคดีกับเพจเฟซบุ๊กเพจหนึ่งที่ลงโพสต์ภาพและเนื้อหาก่อให้เกิดความเสียหายกับวัดสร้างความเสื่อมเสีย ให้กับพุทธศาสนิกชน เข้าใจวัดในทางที่ผิด ๆ โดยเพจดังกล่าวใช้ชื่อเพจว่า “อนัตตาบารมี” ลงข้อความให้ร้ายกล่าวหาวัดว่ามีการเรียกเก็บเงินและค่าใช้จ่าย ในการฌาปนกิจศพ ซึ่งเป็นข้อความอันเป็นเท็จ เพราะตลอดระยะเวลาหลายสิบปี พระกิตติวชิรธาดา ได้จัดทำโครงการบ้านหลังสุดท้ายเผาศพผู้ยากไร้ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแม้แต่สตางค์เดียว แต่เพจดังกล่าว กลับมาลงข้อความ กล่าวหาวัดว่า มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายทุกอย่าง ถ้าหากนำศพมาเผาที่วัดนี้

นายไพรัช ไวยาวัจกรวัดราษฎร์ประคองธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนรับมอบอำนาจจากท่านเจ้าคณะอำเภอมาแจ้งความในวันนี้ เนื่องจาก มีญาติโยมส่งเรื่องเว็บไซต์มาให้ทางวัด โดยเป็นเว็บไซต์ออแกนไนซ์จัดงานศพ ซึ่งในเว็บไซต์ได้ลงข้อมูลว่า ทางวัดราษฎร์ จัดงานศพที่มีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับวัดโดยตรง 3 คืน อยู่ที่ 100,000 – 120,000 บาท ซึ่งตรงนี้ไม่เป็นความจริงและผิดจุดประสงค์ของวัด เพราะที่วัดของเรามีโครงการบ้านหลังสุดท้ายที่เราทำมาเป็น 10 ปีแล้ว และช่วยเหลือผู้คนมาตลอด เมื่อเดือนธันวาคม ปี 68 เราช่วยเหลือผู้ยากไร้ ที่มาเผาศพที่วัด 736 ศพ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ยืนยันว่าทางวัดทำฟรีทั้งหมด โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่ทางเว็บไซต์ ดังกล่าวมีการลงข้อมูลว่าทางวัดมีการเรียกร้องค่าใช้จ่าย เช่น ค่าศาลา ค่าสัมนสถาน ค่าเจ้าหน้าที่ และค่าต่าง ๆ ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่เยอะ และทางวัดไม่เคยเรียกเก็บแบบนี้ วันนี้จึงเดินทางมาที่ สภ.บางใหญ่ เพื่อมาลงบันทึกประจำวันไว้ว่า ข้อมูลในเว็บไซต์ดังกล่าวไม่เป็นความจริง และไม่เคยเกี่ยวข้องกับกระบวนการกับบุคคลกลุ่มนี้ เรื่องนี้สร้างความเสื่อมเสียให้กับวัดมาก

ในส่วนการดำเนินคดีก็จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะสิ่งนี้คือชื่อเสียงของวัดทั้งหมดถ้าเราปล่อยปะละเลยไป ไม่ใช่มีเพียงคนกลุ่มนี้ แต่อาจจะมีกลุ่มคนหลาย ๆ คนมาดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก ซึ่งทำให้วัดเสื่อมเสียเป็นที่ไม่มั่นใจในการเข้ามาใช้บริการของวัด ประชาชนอาจจะคิดว่าวัดมีฉากหลังที่เรียกรับผลประโยชน์ ตนก็ไม่ทราบว่าคนกลุ่มนี้จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจในการดำเนินการเรื่องนี้แต่ว่าฝากญาติโยมที่รู้จักโครงการบ้านหลังสุดท้ายของวัดราษฎร์ประคองธรรม หากใครเข้ามาอ่านในเว็บของเขาอาจทำให้เกิดการเข้าใจผิดได้ และจะทำให้ศาสนาของเราไม่มั่นคง เพราะว่าสิ่งที่มั่นคงยืนหยัดได้คือโครงการบ้านหลังสุดท้าย ที่ท่านเจ้าคณะอำเภอทำต่อเนื่องมานานหลายสิบปี จนเป็นที่รู้จักของ ครอบครัวผู้ยากไร้ ที่เสียชีวิตแล้วไม่มี เงินจัดงานศพสามารถมาที่วัดแห่งนี้ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแม้แต่อย่างใด

นายสนิท บุญริยะ อายุ 63 ปี ที่วันนี้มาร่วมงานฌาปนกิจศพญาติที่เสียชีวิต กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่เป็นความจริงเลยหากวัดจะมาเรียกเก็บเงินกับผู้ยากไร้ เพราะว่าโครงการบ้านหลังสุดท้ายทำให้ฟรี แม้กระทั้งรับศพก็ส่งฟรีทั่วประเทศไทย ท่านอาจารย์ก็ทำให้ฟรี แม้กระทั่งสวดให้ฟรีมีอาหารให้ด้วยในวัดทุกอย่างฟรีหมด ซึ่งตนมาที่วัดราษฎร์ประคองธรรมบ่อย อย่างวันนี้ก็เป็นเคสหลานเขย เอามาสวด 3 คืน ท่านอาจารย์ก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรสักบาท ขนาดตอนที่ตนรับศพมาวัด ท่านอาจารย์ยังตำหนิตนเลยว่าทำไมไม่บอกทางวัด เพราะทางวัดรับให้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ส่วนเว็บไซต์ที่เอาเรื่องไปลงแบบนี้ ตนคิดว่าเขาคงเสียผลประโยชน์อะไรกับวัดหรือไม่ หรือเป็นกลุ่มออแกนไนซ์ที่เขาต้องการมาหามากินอยู่ในวัดนี้หรือไม่ ตนรับประกันได้ว่าวัดราษฎร์ประคองธรรม หากไม่มีกับข้าวมาทางวัดก็มีให้ฟรี หากสวดศพ 3-4 คืน มีค่าใช้จ่ายทางวัดก็ไม่คิดแล้วแต่โยมจะร่วมบุญไม่เรียกร้อง ฝากถึงประชาชนทั้งหลายกรณีที่ท่านไม่มีหรือยากไร้ ตอนนี้ทางจังหวัดนนทบุรี มีอยู่ 2 วัด ที่ทำคือ อ.บางใหญ่ วัดบางม่วง และ วัดราษฎร์ประคองธรรม และตนขอร้องให้เพจดังกล่าว เลิกการกระทำในลักษณะนี้ด้วย

หลังลงบันทึกรับแจ้งความเสร็จเรียบร้อย พ.ต.อ.สิรภพ ผกก.สภ.บางใหญ่ กล่าวว่า ตนเองทราบมาตลอดว่าที่วัดราษฎร์ประคองธรรมแห่งนี้ เผาศพฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายแม้แต่สตางค์เดียว ตำรวจในโรงพักรวมทั้งตนเองก็บริจาคเงินซื้อน้ำมัน เผาศพช่วยทางวัดทุกเดือน เพราะถือเป็นการทำบุญที่ยิ่งใหญ่ ตนได้สั่งการให้ชุดสืบสวน เร่งติดตาม ตัวผู้ที่ เกี่ยวข้อง และลงข้อความ บิดเบือน ข้อเท็จจริง เนื่องจากเข้าข่ายความผิดนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ เบื้องต้นตนได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งติดตาม ตัวผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img