เปิดใจแท็กซี่คู่กรณีด่านตรวจ สภ.กำแพงแสน เผยถูกผลักล้มจริงจนขาพลิก แจ้งตำรวจข้อหาทำร้ายร่างกายแล้ว

335

จากกรณีเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ที่จังหวัดนครปฐมได้มีการเผยแพร่ภาพในโซเชียลว่า มีคนขับรถแท็กซี่ไลฟ์การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กำแพงแสน ซึ่งเมื่อเจ้าตัวได้ขับรถเข้ามาถึงด่านตรวจ และได้พบกับเจ้าหน้าที่ที่ตั้งด่านหน้า สภ.กำแพงแสน และคนขับแท็กซี่ได้ลงมาถ่ายคลิปและโวยวาย เจ้าหน้าที่่ตำรวจจึงได้ใช้มือซ้ายจับไปที่ไหล่ แต่จู่ๆคนขับแท็กซี่ได้ทำท่าล้มลง จากนั้นได้กล่าวว่าเจ้าหน้าที่ผลักตัวเขาจนล้มลง

ซึ่งความจริงเจ้าหน้าที่ตำรวจเพียงแค่เข้าไปบอกกล่าวให้หลบ เกรงจะเกิดอุบัติเหตุขึ้น เพราะถนนเส้นดังกล่าวมีปริมาณรถสัญจรจำนวนมาก ซึ่งในจุดดังกล่าวมีทั้งกล้องของเจ้าหน้าที่ตำรวจและพยานบุคคลหลายรายยืนยันตรงกันว่า ไม่ได้มีการทำร้ายหรือผลักให้ล้มลง ซึ่งหลังเกิดเหตุทางคนขับแท็กซี่บอกว่าจะไปตรวจร่างกายและจะกลับมาแจ้งข้อกล่าวหากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ต่อมา สภ.กำแพงแสน ได้ออกหนังสือชี้แจงโดยได้ระบุข้อความว่า เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กำแพงแสน ตั้งจุดสกัดเพื่อกวดขันวินัยจราจรในช่วง 7 วันอันอันตราย เทศกาลปีใหม่ 2569 ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ได้มีรถแท็กซี่ขับขี่เข้ามาในจุดสกัด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เรียกให้รถแท็กซี่คันดังกล่าวหยุดรถ เมื่อผู้ขับขี่ได้ลดกระจกฝั่งข้างผู้ขับขี่ลง เจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าผู้ขับขี่ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย จึงได้เรียกให้หยุดรถและให้เลี้ยวจอดเข้าข้างทาง

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกนายเดินมาพบว่าผู้ขับขี่ไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัยแต่อย่างใด แต่ผู้ขับขี่ปฏิเสธว่าตนเพิ่งปลดเข็มขัดออก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจะว่ากล่าวตักเตือน แต่ว่าผู้ขับขี่ได้ลงจากรถและสอบถามว่าผู้ใดพบเห็นว่าตนไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัยและได้บอกให้ตำรวจออกใบสั่ง และได้ใช้โทรศัพท์มือถือไลฟ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์

ในบริเวณจุดตรวจซึ่งเป็นพื้นที่ปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นว่าเป็นการกีดขวางการปฏิบัติหน้าที่และการจราจร จึงได้เชิญตัวผู้ขับขี่ให้ย้ายไปยังบริเวณอื่น เพื่อไม่ให้กีดขวางการปฏิบัติงาน โดยเมื่อเอื้อมมื้อไปแตะที่แขนเพื่อเชิญตัว มิได้ใช้กำลังหรือทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด แต่ผู้ขับขี่กลับทิ้งตัวลงกับพื้นและตะโกนว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจผลักตนล้ม และได้เดินทางไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกฎหมาย ทางสถานีตำรวจภูธรกำแพงแสน ขอเรียนว่า การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ กฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้อง พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ความคืบหน้าของคดีนี้นั้นเมื่อเวลา 18.00 น วันที่ 1 มกราคม 69 นายวินัย นึกมั่น อายุ 51 ปี โชเฟอร์แท็กซี่ เขียวเหลือง Toyota Altis หมายเลขทะเบียน 1 มค-7202 กรุงเทพ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า วันเกิดเหตุตนกำลังจะขับรถกลับเข้ากรุงเทพฯ เมื่อผ่านด่านหน้า สภ.กำแพงแสน พบว่ามีเจ้าหน้าที่ตั้งด่าน และกล่าวหาว่าตนไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ทั้งๆที่ตนเองคาดอยู่ตลอดเวลาว่าถ้าหากไม่คาดก็จะมีเสียงร้องเตือนหนวกหู ทุกครั้งที่ตนขับรถตนก็ต้องคาดเข็มขัดนิรภัยอยู่แล้ว ตอนนั้นระหว่างที่ตนโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่ๆด่าน ตนกำลังถือโทรศัพท์มือถือไลฟ์สดอยู่ ก็ถูกเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวใช้มือดันมาที่แขนตนอย่างแรงจนตนล้มลง ขาขวาพลิก ตนปฏิเสธไม่รับใบสั่ง เพราะว่าไม่ได้ทำผิดตามที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา

หลังจากนั้นตนได้ไปที่โรงพยาบาลกำแพงแสน แพทย์ตรวจพบว่าขาตนพลิกจริงๆและได้ฉีดยาให้ 2 เข็ม ก่อนที่ตนจะกลับมาที่ สภ.กำแพงแสน และแจ้งความดำเนินคดีกับนายตำรวจคนดังกล่าว ในข้อหาทำร้ายร่างกาย ตนถูกสังคม กระหน่ำหาว่าสร้างภาพเล่นละคร ตนก็อยากขอความเห็นใจ “ความจริงก็คือความจริง” ตนขับแท็กซี่ทำหน้าที่เป็นจิตอาสาทุกวันนี้ด้วยการรับ-ส่งผู้ที่จะไปสักการะพระบรมศพสมเด็จพระพันปีหลวง โดยไม่คิดค่าโดยสารรวมทั้งผู้โดยสารที่เจ็บป่วยและไปโรงพยาบาลตนก็จะรับส่งฟรีโดยไม่คิด เงินแต่อย่างใด ตนอยากขอความ ยุติธรรม และชี้แจงข้อเท็จจริงส่วนสังคมจะตัดสินอย่างไร ตนก็พร้อมและยอมรับคำวิจารณ์