ลือหึ่ง!! ‘เซ้งลี้’ เก้าอี้ได้ดังเดิม–ไร้เสียงโวย เพราะ “ผู้ขาย–ผู้ซื้อ” สมประโยชน์​ กฎหมาย ตร. ฉบับใหม่เอาไม่อยู่

1342

ก่อนที่คำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายระดับ รองผู้บังคับการ (รอง ผบก.)–สารวัตร (สว.) จะมีผลอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ธันวาคม สื่อโซเชียลหลายเพจข่าวโพสต์ข้อความสั้นๆ ทำนองว่า แต่งตั้งโยกย้ายระดับรอง ผบก.–สว. ตำแหน่งทำเลทองมีของแลกเปลี่ยนเป็นกิโลกรัม (กก.) ระดับผู้กำกับการ (ผกก.) ราคา 4–5 กิโลฯ ระดับ สว. 2–3 กิโลฯ เรทราคาขึ้นอยู่ทำเล

ชาวบ้านทั่วไปอาจจะไม่ทราบความหมาย แต่ในแวดวงสีกากีต่างรับทราบกันดีว่านี่คือการซื้อขายตำแหน่ง อยู่คู่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มายาวนาน เป็นปัญหาอมตะนิรันดร์กาลที่เกินจะเยียวยา

บรรดาผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติทั้งในอดีตและปัจจุบันต่างทราบกันดี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) บางยุคพยายามหาทางป้องกัน แต่ทำได้แค่ปราม

แม้แต่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. คนปัจจุบัน วางแนวทางป้องกันทุกรูปแบบ ทั้งให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอย่างเปิดเผยว่าห้ามมีซื้อขายตำแหน่งอย่างเด็ดขาด ถ้ามีหลักฐานจะดำเนินการทั้งวินัยและอาญา พร้อมออกคำสั่งเป็นจดหมายเวียนไปสำทับอีกรอบ หรือแค่มีเบาะแสจะเรียกผู้เกี่ยวข้องมาตักเตือนพร้อมกำชับห้ามมีเด็ดขาด

อย่างกรณีที่มีอินฟลูเอนเซอร์บางคนออกมาปูดว่า กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 (บช.ภ.8) มีข่าวสะพัดว่ามีการเซ้งลี้เก้าอี้ทำเลทอง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ เรียก ผบช.ภ.8 และรอง ผบช.ภ.8 มาสอบถามและกำชับทันที

ส่งผลให้ข่าวซื้อขายตำแหน่งเงียบหายไป แต่พอคำสั่งออกมากลับมีข่าวลือว่า บช.ที่ตำรวจส่วนใหญ่อยากย้ายไปสังกัดเพราะเป็นพื้นที่ทำเลทอง ประกอบด้วย บช.ภ.1, 2, 7, 8 และกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) กลับมีว่า บาง บช. ตำแหน่งมีไว้ขายหรือแม้แต่จับคู่ย้ายยังต้องจ่าย

โดยมีเรทราคา ถ้าย้ายออกแบบจับคู่ย้าย คนที่ย้ายออกจาก บช.ต้องจ่ายในราคา 10,000 บาท รอง สว. ขยับเป็น สว. ไม่สามารถเลือกตำแหน่งได้ จ่าย 1 กก. สว. ขยับเป็นรอง ผกก. เลือกตำแหน่งไม่ได้ แต่ไปเป็นรอง ผกก.สอบสวน จ่าย 2 กก.

รอง ผกก. ขยับเป็น ผกก. ราคาอยู่ที่ 5–7 กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ขยับขึ้น ถ้าได้ทำเลดีจะจ่ายสูง แต่ถ้าทำเลไม่ดีจะจ่ายราคาขั้นต่ำ 5 กก. ตำรวจที่อยากอยู่ต่อ อาทิ ตำแหน่ง สว. คุมพื้นที่ทำเลทอง อยากอยู่ต่อต้องจ่ายอย่างน้อย 1 กก. แม้จะมีผลงานก็ตาม

นายตำรวจใน บช. ดังกล่าวเล่าว่าตลอดเวลาที่จัดทำโผ มีหัวเบี้ยโทรศัพท์สอบถามตลอดว่า “ราคานี้สู้ไหวไหม ถ้าไม่ไหวจะสู้ที่ราคาเท่าไหร่” นายตำรวจหลายนายนั่งอยู่ในตำแหน่งที่พอมีผลประโยชน์บ้างและมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ของตำรวจทั้งโรงพัก แต่ ไม่จ่าย เพื่อต่ออายุเพราะมั่นใจว่ามีผลงาน กลับถูกย้ายไปอยู่โรงพักที่ไกลปืนเที่ยง

พฤติกรรมนี้ในแวดวงสีกากี ผู้บริหาร ตร. รวมถึงตำรวจที่ขอย้ายไปสังกัดเพื่อจะอยู่กับครอบครัว ต่างทราบกันว่าเป็น บช.ไหน และผู้มีอำนาจใน บช.นั้น รวมถึงตำรวจที่จ่ายเงินซื้อย่อมรู้อยู่แก่ใจ กฎหมายหรือคำสั่งไม่อาจเอาผิดได้ แต่เชื่อว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ไม่ตกกับตัวเองก็ตกกับลูกเมียและครอบครัว

จากข้อมูลที่นำเสนอ ผู้อ่านและชาวสีกากีอาจตั้งคำถามว่า ไม่ผิดกฎหมายตำรวจปี 2565 หรือ? เพราะกฎหมายและกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจเขียนไว้อย่างรัดกุม ผู้มีอำนาจยากที่จะฝ่าฝืนได้ อาทิ ถ้าตำรวจที่คุณสมบัติไม่ครบตามเกณฑ์ที่กำหนด ไม่สามารถขยับสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นได้ หากขยับได้ตำรวจที่อาวุโสกว่าสามารถร้องขอความเป็นธรรมจากคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ได้ ที่สำคัญร้องต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) ให้ชี้ขาดได้ ผลเทียบเท่าคำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้น แถมกฎหมายกำหนดบทลงโทษคณะกรรมการแต่งตั้งในแต่ละระดับไว้ด้วย

“ประดู่แดง” ขอ ตอบว่า ไม่ผิดกฎหมาย เพราะการดำเนินการของผู้มีอำนาจในการแต่งตั้งจะเรียกรับผลประโยชน์ด้วยการเซ้งลี้เก้าอี้กับตำรวจที่มีคุณสมบัติครบตามกฎหมายตำรวจ 2565 และกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการแต่งตั้งโยกย้ายฯ กำหนด เพียงแต่มีตำรวจที่กล้าจ่าย เพื่อไปนั่งตำแหน่งที่มากด้วยผลประโยชน์ ราคาที่จ่ายไปใช้เวลาไม่นานสามารถถอนทุนคืนได้ ถ้านั่งครบวาระจะมีกำไรเป็นกอบเป็นกำอีกต่างหาก

ซึ่งวิธีการถอนทุนคงไม่ต้องอธิบายให้มากความ เพราะแวดวงตำรวจต่างทราบกันดี เจ้าของธุรกิจสีเทาต่างทราบเช่นกันว่าจะต้องจ่ายอย่างไร รวมถึงชาวบ้านที่พอมีฐานะเมื่อต้องคดีจะทราบแนวทางว่าจะต้องวิ่งเต้นอย่างไรถึงจะหลุดคดี ไม่ต้องนอนคุก

ดังนั้นไม่ว่ากฎหมายตำรวจจะร่างให้รัดกุมแค่ไหน ย่อมจะมีช่องว่างให้ทุจริตชนใช้เป็นเครื่องมือแสวงหาผลประโยชน์ได้เสมอ แม้ ผบ.ตร. จะสั่งคุมเข้มแบบเกาะติดแค่ไหน ยากที่จะเอาผิดได้ เพราะผู้ขายและผู้ซื้อต่างสมประโยชน์กัน

ซึ่งปัญหาการซื้อขายตำแหน่งตำรวจ ต่อให้ ผบ.ตร. มีสิบหน้ายี่สิบมือแบบทศกัณฑ์ ก็ยากที่จะแก้ไข เว้นแต่ผู้ซื้อไม่ได้ตำแหน่งตามที่ตกลงไว้จะออกมาโวยวายบ้าง แต่ก็มักจะเคลียร์กันจบ อยากฝากผู้บังคับบัญชาระดับสูงของ ตร. เร่งตรวจสอบว่าจริงเท็จแค่ไหน อย่างไร?

ผลสุดท้ายการเซ้งลี้เก้าอี้ในแวดวงสีกากีแม้จะมีอยู่จริง เป็นได้แค่เสียงร่ำลือเท่านั้น และการเซ้งลี้จะอยู่คู่สำนักสีกากีไปชั่วฟ้าดินสลาย ตราบใดเพลงมาร์ชตำรวจที่ปลูกฝังให้ตำรวจทุกนายถือปฏิบัติตาม ยังใช้ร้องแค่วันตำรวจ หรือร้องในงานสังสรรค์ตำรวจเวลาเมา!!!