ตามนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. ได้มอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจป้องกันและปราบปรามการตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี มุ่งเน้นข้อหาความผิดร้ายแรง ได้แก่ การครอบครองยาเสพติดเพื่อการค้า จำหน่าย ผลิต นำเข้า ส่งออก สมคบ สนับสนุน ช่วยเหลือแก่กลุ่มเครือข่ายยาเสพติด
บช.น. นำโดย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น./ผอ.ศอ.ปส.บช.น. สั่งการให้พล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา ผบก.สปพ., พ.ต.อ.ธนากร อ่อนทองคำ รอง ผบก.สปพ., พ.ต.อ.วสันต์ ธวัชชัยวิรุตษ์ ผกก.สายตรวจ, พ.ต.ท.ไพบูลย์ สอโส รอง ผกก.สายตรวจ, และเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สปพ. พร้อมด้วย หน่วยข่าวกรองทางทหาร กองทัพบก โดย พล.ต.อภิชัย ทองธรรมชาติ ผบ.ขกท. และ พ.อ.ปรเมษฐ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผบ.สปข.ขกท.ศปก.ทบ. แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาในเครือข่ายยาเสพติด โดยสามารถจับกุมและตรวจยึดในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 07.00 น. บริเวณถนนหน้า ต.เขาทอง อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ จำนวน 1 ราย คือ นายสมนึก สงวนนามสกุลอายุ 45 ปี

โดยกล่าวหาผู้ต้องหา ว่า “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป”
พร้อมของกลางและทรัพย์ที่ตรวจยึด1. ยาบ้า ประมาณ 25 กระสอบ รวม ยาบ้าประมาณ 5,000,000 เม็ด2. รถบรรทุก 12 ล้อ ยี่ห้อ HINO สีเขียว จำนวน 1 คัน มูลค่ารวมประมาณ 150,000,000 บาท โดยการสืบสวนได้เริ่มต้นจากเจ้าหน้าที่ ตร. ชปส.บก.สปพ. ร่วมกับ หน่วยข่าวกรองทางทหาร กองทัพบก ได้ทำการสืบสวนพบว่า กลุ่มเครือข่ายยาเสพติดลักลอบขนยาเสพติดจากทางภาคเหนือมายังภาคกลาง โดยผู้ต้องหาจะใช้รถยนต์บรรทุก 12 ล้อ แบบกระบะคอก ยี่ห้อฮีโน่ สีเขียว ระบุป้ายทะเบียน ในการลักลอบไปรับยาเสพติดจากบริเวณพื้นที่ จ.เชียงใหม่ แล้วบรรทุกมาส่งให้กับลูกค้าในบริเวณพื้นที่กรุฃเทพมหานคร

ต่อมาวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้ขับรถยนต์บรรทุกสิบสองล้อ ตามที่ได้รับแจ้ง เดินทางไปรับยาเสพติดที่พื้นที่ จ.เชียงใหม่ และกำลังเดินทางไปส่งให้กับลูกค้า และต่อมาเจ้าหน้าที่พบว่า เป้าหมายได้ขับออกจากพื้นที่ จ.เชียงใหม่ มุ่งหน้าเข้าสู่ กทม. เจ้าหน้าที่จึงได้วางกำลังเข้าสังเกตการณ์ ในบริเวณพื้นที่ จ.นครสวรรค์
จนวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ในระหว่างการเฝ้าสังเกตุของเจ้าหน้าที่ พบว่ารถยนต์บรรทุกคันดังกล่าวได้มีการขับรถผิดปกติลักษณะมีพิรุธต้องสงสัย โดยรถยนต์บรรทุกคันดังกล่าวได้ใช้ถนนเส้นทางรองมุ่งหน้ามายังพื้นที่ จ.นครสวรรค์ ซึ่งเมื่อมาถึงบริเวณ ต.เขาทอง อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ เชื่อว่าเตรียมจะส่งให้กับลูกค้าบริเวณ ต.เขาทอง อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ โดยผู้บังคับบัญชามีคำสั่งให้ติดตามสืบสวนตรวจค้นจับกุมรถยนต์บรรทุกสิบสองล้อฯ คันดังกล่าวในวันเดียวกัน เวลาประมาณ 07.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสะกดรอยติดตาม พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้วางกำลังอยู่บริเวณใกล้เคียงกับ ต.เขาทอง อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ และเมื่อรถยนต์บรรทุกสิบสองล้อคันเป้าหมาย ขับขี่มาถึงบริเวณถนนหน้า ม.มหิดล วิทยาเขตนครสวรรค์ ต.เขาทอง อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบ ยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) จำนวน 25 กระสอบ รวมยาบ้าประมาณ 5,000,000 เม็ด เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา และแจ้งสิทธิให้ผู้ต้องหาทราบ
เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมผู้ต้องหา พร้อมของกลาง นำตัวผู้ต้องหาไปทำบันทึกจับกุมที่ กก.สายตรวจ บก.สปพ. และจะทำการซักถามขยายผลถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
น.1 กล่าวว่าการปฏิบัติการในครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างหน่วยข่าวกรองทางทหาร กองทัพบก ร่วมกับ บก.สปพ. ที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลและวางแผนการปฎิบัติการได้อย่างเฉียบขาด สามารถป้องกันยาเสพติดไม่ให้ถึงมือเยาวชนของชาติได้ จึงขอขอบคุณเจ้าที่ตำรวจที่ทุ่มเทแรฃกายและรายใจในการปฏิบัติการในครั้งนี้
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง โฆษก ตร. กล่าวอีกว่า การปฏิบัติงานในแต่ละครั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจะต้องทุ่มเทและเสียสละเวลาในการสืบสวนหาข่าว ตรวจสอบหาข้อเท็จจริง และปฏิบัติการจับกุม เพื่อประชาชนและสังคม ขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมุ่งมั่นที่จะสร้างกรุงเทพสีขาว ปลอดยาเสพติด ดังนั้น ขอให้ประชาชนจงเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าที่ตำรวจ และหากพบเห็นหรือมีเบาะแส ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 191 หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ของท่าน เพื่อที่จะได้รีบดำเนินการปราบปรามอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

