นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ก่อนเข้าประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 1 /2568 ของพรรคภูมิใจไทย ว่า ขณะนี้น้ำยังท่วมภาคใต้อยู่ 3 จังหวัด แต่หนักสุดที่จังหวัดพัทลุง และสงขลา โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ ที่มีมวลน้ำหลากเข้ามาจำนวนมาก ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนประชาชน
นายอนุทิน ระบุว่า ขณะนี้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงพื้นที่บัญชาการสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และกรมการปกครอง ซึ่งต่างลงพื้นที่ร่วมกันตั้งแต่ช่วงเกิดเหตุ เพื่อเร่งประสานความช่วยเหลือไม่ให้เกิดความล่าช้า โดยรัฐบาลได้จัดตั้งศูนย์อพยพรองรับผู้ประสบภัยแล้ว และคาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายใน 3–4 วัน หากไม่มีพายุใหม่เข้ามาเพิ่มเติม โดยพายุลูกใหญ่ที่มีอยู่ขณะนี้คาดว่าจะหมดภายใน 1–2 วัน
ขณะที่มาตรการช่วยเหลือประชาชน นายอนุทิน กล่าวว่าได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เร่งสำรวจจำนวนครอบครัวผู้ประสบภัยเพื่อให้การช่วยเหลือทันที เพราะมีการเตรียมการไว้แล้วว่าจะต้องเกิดน้ำท่วมแบบนี้ก็เร่งให้การช่วยเหลือ โดยประเมินจากลักษณะความเสียหายเบื้องต้น ซึ่งเข้าเกณฑ์การช่วยเหลือหลังคาเรือนละ 9,000 บาท ตามระเบียบของทางราชการ พร้อมย้ำว่า รัฐบาลจะเร่งจ่ายเงินเยียวยาโดยเร็วที่สุด โดยไม่ต้องรอเป็นเดือนกว่าจะสำรวจเสร็จ เพื่อให้ประชาชนสามารถนำเงินไปใช้ฟื้นฟูสภาพบ้านเรือนได้ทันเวลา
นอกจากนี้ รัฐบาล จะนำวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหาร เนื่องจากปริมาณน้ำที่เข้าท่วมมากทำให้เกิดไฟฟ้าดับ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากติดค้างอยู่ในโรงแรม และประชาชนในพื้นที่ขาดแคลนอาหาร จึงต้องเร่งนำอาหารเข้าไปแจกจ่ายในพื้นที่โดยด่วน
เมื่อถามว่าจะมีการปรับปรุงโครงสร้างป้องกันน้ำท่วมหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ภาคใต้มีคลอง ร.1 สำหรับระบายน้ำลงทะเล แต่ครั้งนี้ปริมาณน้ำมีมากจึงทำให้ระบายไม่ทัน โดยเฉพาะพื้นที่หาดใหญ่ซึ่งเป็นแอ่ง จึงทำให้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมรัฐบาลจะเร่งพัฒนาระบบระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งอยู่ในโรดแมปของกรมชลประทานแล้ว
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้ว ทำให้สามารถใช้งบประมาณและสั่งการหน่วยงานต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งรัฐบาล และทุกหน่วยงานกำลังเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่

