นางไพรวรรณ พลวัน รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า จากกรณีเด็กชายวัย 7 ขวบ ป่วยพิการทางสมองตั้งแต่กำเนิด พูดและเดินไม่ได้ และไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ อาศัยอยู่กับแม่และยาย ในบ้านสภาพเก่าทรุดโทรม ครอบครัวมีฐานะยากจน ที่จังหวัดสุรินทร์ และกรณีหญิงชราวัย 76 ปี ที่สุขภาพไม่แข็งแรง ต้องรับภาระเพียงลำพังดูแลสามีแก่ชราวัย 80 ปี ที่นอนป่วยติดเตียง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และหลานชาย วัย 41 ปี ที่ป่วยเป็นโรคหอบหืดและโรคลมชัก ไม่สามารถทำงานหนักได้ ทั้ง 3 ชีวิต อาศัยในเพิงสังกะสีสภาพเก่าทรุดโทรม ที่จังหวัดอุทัยธานี นั้น ตนได้กำชับให้ทีม One Home จังหวัด ทั้ง 2 จังหวัด พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เร่งลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และประเมินทางสังคมของทั้ง 2 ครอบครัว เพื่อให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นตามภารกิจด้านเด็ก ผู้สูงอายุ และคนพิการของกระทรวง พม. พร้อมมอบสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น อีกทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ช่วยเหลือดูแลในเรื่องการรักษาพยาบาลของผู้ที่ป่วยทั้งหมดอย่างใกล้ชิด และการปรับปรุงซ่อมแซมสภาพที่อยู่อาศัยให้มีความมั่นคง แข็งแรง ถูกสุขลักษณะ เหมาะสมกับผู้สูงอายุและคนพิการ รวมทั้ง ให้คำแนะนำในเรื่องสวัสดิการสังคม เพื่อขอรับสิทธิตามกฎหมายตามความเหมาะสม พร้อมร่วมกันหาแนวทางช่วยเหลือในระยะยาวต่อไป

สำหรับกรณีชายหนุ่มวัย 25 ปี ใช้อาวุธปืนยิงแม่ยายวัย 54 ปี ได้รับบาดเจ็บ และชิงตัวลูกสาววัย 5 เดือนหลบหนีไป และนำเด็กไปวางทิ้งไว้ริมคันดินกลางทุ่งนา ซึ่งมีสภาพอากาศที่หนาวจัด ภายหลังการตรวจสอบพบว่าผู้ก่อเหตุเพิ่งพ้นโทษคดียาเสพติด ที่จังหวัดอุบลราชธานี นั้น ตนได้กำชับให้ทีม One Home จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เร่งลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและประเมินทางสังคมของครอบครัวดังกล่าว เพื่อให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นตามภารกิจด้านเด็กของกระทรวง พม. พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ช่วยเหลือดูแลในเรื่องการรักษาพยาบาลของเด็กคนดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และร่วมกันติดตามหาญาติมารับเด็กไปดูแล ระหว่างที่ยายพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล

“นอกจากนี้ กรณีเด็กสาววัย 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ถูกพ่อและแม่ทอดทิ้ง ต้องใช้ชีวิตเพียงลำพัง อาศัยเวลาว่างหลังเลิกเรียนและในวันหยุด ออกรับจ้างทำงานหารายได้ประทังชีวิต และเป็นทุนการศึกษา ที่จังหวัดอุบลราชธานี นั้น ตนขอชื่นชมเด็กสาวคนดังกล่าว ที่มีจิตใจที่มีความขยันหมั่นเพียร และมีความมุมานะอดทน โดยไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก นับว่าเป็นตัวอย่างที่ดีของเด็กและเยาวชน ทั้งนี้ ตนได้กำชับให้พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุบลราชธานี (พมจ.อุบลราชธานี) พร้อมทีม One Home จังหวัดอุบลราชธานี เร่งลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและประเมินทางสังคมของครอบครัวดังกล่าว เพื่อให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นตามภารกิจด้านเด็กของกระทรวง พม. พร้อมมอบสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น และอุปกรณ์การศึกษา อีกทั้ง ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ช่วยเหลือดูแลในเรื่องการศึกษาของเด็กหญิงอย่างต่อเนื่องในระยะยาว พร้อมให้คำแนะนำในเรื่องการส่งเสริมการประกอบอาชีพ เพื่อสร้างรายได้ที่เพียงพอและมั่นคงต่อไป” นางไพรวรรณ กล่าวในตอนท้าย