ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) วันที่ 16 ตุลาคม – จากกรณีมีการเผยแพร่ข่าวทางเพจเฟซบุ๊ก “ข่าวประจวบ” เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2568 เกี่ยวกับกรณีผู้เสียชีวิตภายในสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งประจวบคีรีขันธ์ (บ้านประจวบโชค) ที่มีการตั้งข้อสงสัยว่าร่างของผู้เสียชีวิตสูญหาย นายศราวุธ มูลโพธิ์ รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ชี้แจงว่า เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและประสานทุกฝ่ายเพื่อดำเนินการอย่างถูกต้องเรียบร้อยแล้ว

นายศราวุธกล่าวว่า สถานคุ้มครองฯ มีการดำเนินงานตามระเบียบและหลักจริยธรรมมาโดยตลอด โดยได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับมูลนิธิสว่างประจวบธรรมสถาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่ปี 2557 เพื่อสนับสนุนการดูแลผู้รับบริการในกรณีเจ็บป่วยหรือเสียชีวิต มูลนิธิฯ จะรับผิดชอบในการรับร่างผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ และฝากเก็บไว้ที่สุสานในความดูแลของมูลนิธิ ระหว่างที่สถานคุ้มครองฯ ดำเนินการติดตามญาติ ทั้งนี้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้ดำเนินการอย่างถูกต้องและโปร่งใส
สำหรับกรณีล่าสุด ผู้ใช้บริการสถานคุ้มครองฯ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ด้วยวัณโรค โดยญาติได้แจ้งในเบื้องต้นว่าไม่ขอรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศล และประสงค์จะฝากไว้กับมูลนิธิสว่างประจวบธรรมสถาน แต่ภายหลังในวันที่ 9 ตุลาคม ญาติเปลี่ยนใจขอรับร่างกลับ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ประสานมูลนิธิสว่างประจวบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ญาติ แต่ไม่พบศพ จึงได้ประสานไปที่โรงพยาบาล จึงทราบว่าโรงพยาบาลได้ฝากร่างไว้กับมูลนิธิสว่างเมธีธรรมสถาน อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งถือเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนระหว่างหน่วยงาน

ทันทีที่ทราบเรื่อง เจ้าหน้าที่สถานคุ้มครองฯ ได้เร่งประสานทุกฝ่ายเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและอำนวยความสะดวกให้แก่ญาติ จนพบว่าศพผู้เสียชีวิตไม่ได้สูญหายตามที่เป็นข่าว และขณะนี้ญาติ ไม่ติดใจ และได้ขอให้มูลนิธิ ดำเนินการจัดการศพตามประเพณีต่อไป
นายศราวุธ กล่าวว่า ได้กำชับให้ “บ้านประจวบโชค” เร่งประสานงานร่วมกับโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ และมูลนิธิสว่างประจวบธรรมสถาน เพื่อหารือถึงแนวทางปฏิบัติร่วมกันในการบริหารจัดการกรณีผู้รับบริการเสียชีวิต เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสับสนในอนาคต โดยจะมีการจัดทำแนวทางการส่งมอบและประสานการจัดเก็บศพให้มีระบบตรวจสอบ และบันทึกข้อมูลอย่างเป็นทางการมากขึ้น
กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ขอขอบคุณทุกความห่วงใยจากประชาชน และสื่อมวลชน พร้อมยืนยันว่า หน่วยงานให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ใช้บริการทุกคนด้วยความเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และดำเนินงานด้วยหลักคุณธรรม ความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจจากสังคมอย่างยั่งยืน

