นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีให้ความเห็นว่าประเทศไทยต้องมีประชาธิปไตยแบบ’ไทยนิยม’ ซึ่ง ตนไม่ทราบว่านายกฯ ตีความคำว่าประชาธิปไตยแบบไทยๆ แบบไหน แต่ตนเห็นว่าความเป็นประชาธิปไตยเป็นสากลคือการยอมรับในอำนาจของประชาชน โดยประชาชนเป็นใหญ่ เป็นผู้ที่มีอำนาจในการคิด และตัดสินใจว่าจะให้ประเทศเป็นไปในทิศทางไหน เมื่ออำนาจเป็นของประชาชน ก็จะแสดงอำนาจของตน ผ่านการเลือกตั้งจากการเลือกนโยบายที่พรรคการเมืองนำเสนอ เลือกพรรคหรือกลุ่มการเมืองที่อาสาเข้ามาว่าจะเอาคณะผู้นำแบบไหน มีวิสัยทัศน์อย่างไร จะมีวิธีนำพาประเทศไปสู่ความเจริญได้อย่างไร นี่คือหลักการและเป็นประชาธิปไตยที่อิงหลักสากล โดยที่สำคัญคือต้องเคารพในสิทธิและเสรีภาพของประชาชนทั้งหมด รวมถึงการฟังเสียงข้างมากและเคารพในเสียงข้างน้อย ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย นี่คือประชาธิปไตยแบบสากลที่ทุกคนเคารพ เขาไม่มองความคิดเห็นที่แตกต่างเป็นความขัดแย้ง แต่เขาถือเป็นหนทางที่จะพัฒนาสู่สิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในสังคม

นายภูมิธรรม กล่าวว่า สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ควรทำความเข้าใจคือ หลักสากลนี้เป็นหลักที่คนทั้งประเทศได้พิสูจน์มาแล้ว ว่าระบอบประชาธิปไตยเป็นระบบการเมืองการปกครองที่มีข้อบกพร่องน้อยที่สุด และยอมรับในสิทธิเสรีภาพของคนส่วนใหญ่มากที่สุด เป็นหนทางที่จะระดมเอาสรรพสิ่งและความคิดของคนในสังคมไปร่วมมือกัน ทำงานเพื่อประเทศชาติ ดังนั้น การหยิบเรื่องประชาธิปไตยแบบไทยนิยมขึ้นมา ไม่เข้าใจว่าหมายความว่าอย่างไร ตนเห็นการพูดถึงการยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยที่ไม่เป็นหลักสากล แล้วพยายามอธิบายว่าเป็นประชาธิปไตยที่เป็นแบบไทยๆ หรือประชาธิปไตยที่เป็นแบบของพวกตัวเอง ซึ่งประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยในโลกนี้ มีแต่พวกเผด็จการและผู้ที่พยายามได้อำนาจมาโดยวิธีพิเศษที่ใช้สิ่งนี้มาเป็นข้ออ้าง เพื่อกำหนดวิธีการปกครองแบบของตนเอง บิดเบือนเสียงของประชาชนหรืออำนาจของประชาชนในการคิดและตัดสินใจในเรื่องต่างๆ

“ผมจึงบอกว่าประชาธิปไตยแบบไทยนิยมที่พูดขึ้น ไม่รู้ว่าหมายความว่าอย่างไร หรือจะหมายความว่าประชาธิปไตยแบบที่ไม่จำเป็นต้องฟังเสียงประชาชนส่วนใหญ่ คิดเอง กำหนดให้เอง มองให้เองว่าประเทศข้างหน้า 20 ปีควรจะเป็นอย่างไรอย่างที่ผู้มีอำนาจทำ แทนที่จะมาฟังความเห็นของคนส่วนใหญ่ว่าอีก 20 ปีข้างหน้า ควรมีทิศทางอย่างไร แต่ละปีควรเดินไปแบบไหน เคารพในเสรีภาพของคน เปิดโอกาสให้คนได้แสดงความเห็น ไม่ใช่ใครเห็นต่างก็เชิญเข้าค่ายไปอบรม หรือไปคุกคามเขา” นายภูมิธรรม กล่าว

นายภูมิธรรม กล่าวว่า คสช.ต้องใจกว้าง ถ้าคิดว่าตนเองมีความเป็นประชาธิปไตย เชื่อมั่นว่าสิ่งที่คิด ที่ทำเป็นที่ปรารถนาของคนส่วนใหญ่ วันนี้อย่าคิดเองว่าประชาชนให้โอกาสหรือยอมรับ แต่ควรคืนอำนาจให้ประชาชนได้เลือกตั้ง แล้วให้คนส่วนใหญ่ตัดสินใจ หากเลือกเขาอย่างถล่มทลาย เราก็จะให้โอกาสเขาบริหารประเทศต่อไปภายใต้การตัดสินใจของประชาชน ไม่ใช่ดึงทั้งหมดแล้วพยายามสร้างกติกาที่ตนเองได้เปรียบ มีส.ว.250 คน เป็นอำนาจพิเศษที่พยายามเดินไปตามทางของตนเอง เขียนรัฐธรรมนูญมากำหนดทิศทางให้คนอื่นเดิน แล้วบอกทั้งหมดนี้คือประชาธิปไตยแบบไทยนิยม อันนี้คือการสร้างประชาธิปไตยที่รองรับอำนาจของผู้มีอำนาจในปัจจุบัน

นายภูมิธรรมกล่าวทิ้งท้ายว่า ประชาธิปไตยแบบไทยนิยมของพล.อ.ประยุทธ์ คือประชาธิปไตยแบบที่เวลาเรื่องกลุ่มตัวเองทำอะไรผิดไม่ต้องไปพูดถึง หรือพยายามไม่เอ่ยถึง แต่อะไรที่คนอื่นทำไม่ถูก ทำไม่เหมือนฝ่ายตนก็ไปดำเนินการเขาอย่างเด็ดขาด ไม่มีมาตรฐานเดียวกันในการจัดการต่างๆ ตรงนี้ทำให้เกิดความคลางแคลงใจในสิ่งที่ตัวเองพูดมา ดังนั้น ตนมองว่าไม่มีความหมายอะไรมากไปกว่าการพยายามให้คนยอมรับในกติกาที่ตัวเองร่างขึ้นอย่างไม่เป็นประชาธิปไตย  ไม่ต้องยึดมั่นในระบอบสากล แต่เอาแบบไทยนิยมที่พวกตัวเองกำหนด ให้คนปฏิบัติตามสิ่งที่ตัวเองอยากทำ