ที่กองปราบ​ปราม พัน​ตำรวจ​เอก​ อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผู้กำกับ​การ​ 2​ กอง​ปราบปราม​ (ผกก.2.บก.ป.)​ พร้อม​ด้วย​ พัน​ตำรวจ​โท​ พัฒพงศ์ ศรีพิณเพราะ รองผู้กำกับ​การ​ 2​ กอง​ปราบปราม​ (รองผกก.2​ บก.ป.),พัน​ตำรวจ​ตรี​ ณธัชพงศ์ สินสิริยายนท์ สารวัตร​กอง​กำกับการ​ 2​ กอง​ปราบปราม​ (สว.กก..2.บก.ป.)​ พร้อมกำลังเข้าจับกุมนายสมโภชน์ หรือ เบิร์ด วิระกุล อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่​ 665/2561 ลงวันที่ 24 ก.ค.61 ในข้อหาร่วมกันข่มขืนใจให้ผู้อื่นกระทำการใดหรือยอมต่อสิ่งใดโดยทำให้กล้วว่าจะเกิดอันตรายและหน่วงเหนียวกักขังผู้อื่นและมีอาวุธเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บรืเวณปากซอยรัตนาธิเบศร์​ 4 ม.8 ถ.รัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากนายศตายุ ละม้ายแขนายประกันของนายสมโภชน์ ผู้ต้องหาหลังจากประกันตัวออกมาแล้วได้หลบหนีไม่มารายงานตัวกับทางศาลจึงได้ออกหมายจับในคดีหลบหนีสำหรับพฤติการณ์ของนายสมโภชน์ นั้นเป็นลูกน้องคนสนิทของนายปัญญา ชมปั้นทอง หรือ มะเดี่ยวเมืองนนท์ หัวหน้าแก๊งมีพรรคพวกร่วมก่อเหตุในคดีนี้ด้วยกัน 6 คนถูกจับไปแล้ว 3 คนหลบหนีอีก 3 คนรวมทั้งหัวหน้าแก๊งยังหลบหนีอยู่ก่อเหตุไปจับตัวผู้รับเหตุใช้อาวุธปืนไปจี้บังคับผู้รับเหมาก่อสร้างมาจากเกียกกายมาคุมตัวและพามาตกลงใช้เงินที่กู้ไปจากแก๊งของตนถึง 1 แสนบาท

นอกจากนั้นแล้วแก๊งนี้ยังออกตระเวณก่ออาชญากรรมในรูปแบบต่างๆในรอยต่อกรุงเทพฯ​ และนนทบุรี​ อีกหลายคดีด้วยกัน​ นายสมโภชน์ฯ​ ให้การปฏิเสธว่าในคดีนี้ว่่า​ ตนเองไม่ได้เดินทางไปด้วย​ สำหรับที่นายสมโภชน์ฯ​ ได้ฉายา​ “เบิร์ดพระนคร” นั้นชอบก่อเหตุรอยต่อย่านเกียกกายประชาชื่น​ แล้วหลบหนีเข้าพื้นที่จ.นนทบุรี​ จนพรรคพวกให้ฉายาว่า​”เบิร์ดพระนคร”

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยมพึ่ง