ปปง. ยึดทรัพย์ 1.6 พันล้าน จากคดีฉ้อโกง-พนันออนไลน์-ยาเสพติด ส่งฟ้องศาล-คืนผู้เสียหาย

833

ปปง. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 10/2568 เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 โดยได้ดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด ฉ้อโกงประชาชน พนันออนไลน์ และลักลอบหนีศุลกากร 2,720 รายการ 103 รายคดี มูลค่าทรัพย์สินกว่า 1,601 ล้านบาท และมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบทรัพย์สิน 55 รายคดี

เทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง.

วันที่ 12 กันยายน 2568 นายวิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง. และโฆษกประจำสำนักงาน ปปง. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 10/2568 ซึ่งมีนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. เป็นกรรมการและเลขานุการ เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้ดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด การฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสรุปผลการดำเนินการที่น่าสนใจดังนี้

1. ยึดและอายัดทรัพย์สิน จำนวน 70 รายคดี ทรัพย์สิน 1,957 รายการ พร้อมดอกผล มูลค่าประมาณ 1,373 ล้านบาท โดยเป็นทรัพย์สินในคดีสำคัญเกี่ยวกับความผิดมูลฐาน เกี่ยวกับยาเสพติด การฉ้อโกงประชาชนหรือการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ ดังนี้

1.1 ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด มีการยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้กว่า 41รายการ มูลค่ากว่า 55 ล้านบาท ดังนี้


– รายคดี นายจำรูญฯ กับพวก กรณีความผิดมูลฐานเกี่ยวกับยาเสพติด ในการนี้คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 1 รายการ (เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 18 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 202/2568)
– รายคดี นายอังคารฯ กับพวก กรณีความผิดมูลฐานเกี่ยวกับยาเสพติด ในการนี้คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 40 รายการ (เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 37 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 217/2568)

1.2 ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนและการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระมีการยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้กว่า 367 รายการ มูลค่ากว่า 603 ล้านบาท ดังนี้

– รายคดี นางสาวพิมภาดาฯ กับพวก กรณีความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยสำนักงาน ปปง. ได้สืบสวนขยายผล และวิเคราะห์ธุรกรรมทางการเงินของบุคคลในคดีคอลเซ็นเตอร์ เครือข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พบการทำธุรกรรมเชื่อมโยงไปยังนายพัด สุภาภา (หรือ MR. LY YONG PHAT) กับพวก ซึ่งกรณีดังกล่าวคณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้อายัดทรัพย์สินไว้แล้วรวมมูลค่ากว่า 6 ล้านบาท (ย.33/2566 และ
ย.103/2566) ในการพิจารณาครั้งตรวจสอบพบทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพิ่มเติม ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 33 รายการ (เช่น ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 79 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 196/2568)

– ราย นางสาวอภิญญาฯ กับพวก กรณีหลอกให้ลงทุนสินทรัพย์ดิจิตอล (Hybrid Scam) ซึ่งมีพฤติการณ์ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน และการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด (เพิ่มเติม) จำนวน 7 รายการ (เช่น เงินสด ยานพาหนะ และที่ดิน) รวมมูลค่าประมาณ 22 ล้านบาท
(คำสั่ง ย. 210/2568)

– รายคดี MR.ZHENG หรือนายจ้าวฯ กับพวก กรณีเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์ ปลอมเป็นหน่วยงานรัฐ อ้างตัวเป็นตำรวจในการหลอกลวงผู้เสียหายในการทำเรื่องให้ได้เงินที่ถูกหลอกกลับคืนมา ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่ง ให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 54 รายการ (เช่น ยานพาหนะและเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 38 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 224/2568)

– รายคดี บริษัทเดอะ นิว คอนเซปท์ฯ กับพวก กรณีพฤติการณ์ชักชวนให้ประชาชนทั่วไปซื้อห้องชุดโครงการต่าง ๆ และไม่สามารถดำเนินการ ก่อสร้างโครงการตามที่ประกาศโฆษณา อันเป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สิน ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 9 รายการ (ที่ดิน และสิทธิเรียกร้องตามสัญญาเช่า) รวมมูลค่าประมาณ 213 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 226/2568)

– รายคดี ห้างหุ้นส่วนจำกัด พี มายเนอร์ คริปโตเคอเรนซี่ฯ กับพวก กรณีหลอกลวง ให้ประชาชนร่วมลงทุน อันเป็นพฤติการณ์ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 264 รายการ (เช่น ยานพาหนะ ที่ดิน เงินในบัญชีเงินฝาก และสินทรัพย์ดิจิทัล) รวมมูลค่าประมาณ 251 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 229/2568)

1.3 ความผิดเกี่ยวกับการจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ มีการยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้กว่า 248 รายการ มูลค่ากว่า 326 ล้านบาท ดังนี้

– รายคดี กลุ่มบุคคลที่จัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์(รายนายสันติธรฯ กับพวก) ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด (เพิ่มเติม) จำนวน 7 รายการ (เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร และสิทธิเรียกร้องตามสัญญาประกันชีวิต) รวมมูลค่าประมาณ 105 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 211/2568)

– รายคดี กลุ่มบุคคลที่จัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์(รายนายเอกชาติฯ กับพวก) ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 129 รายการ (เช่น เงินสด ยานพาหนะ วัตถุมงคล และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 37 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 223/2568)

– รายคดี ร้อยตำรวจโท ณัฐศักดิธัชฯ กับพวก กรณีเครือข่ายของกลุ่มบุคคลที่มีการจัดให้มีการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สิน ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 65 รายการ (เช่น ยานพาหนะ ห้องชุด ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝาก) รวมมูลค่าประมาณ 111 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 230/2568)

– รายคดี นายพันธ์ธวัชฯ (นอท กองสลากพลัส) กับพวก กรณีความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และมีพฤติการณ์เกี่ยวกับการนำเงินหรือทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดไปจำหน่าย จ่าย โอน มีลักษณะเป็นการฟอกเงิน ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 47 รายการ (เช่น เงินสด ยานพาหนะ ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝาก) รวมมูลค่าประมาณ 73 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 257/2568)

1.4 ความผิดเกี่ยวกับการลักลอบหนีศุลกากร รายคดี นายพณฯ กับพวก กรณีความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการลักลอบหนีศุลกากร กรณีการจับกุมผู้จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 15 รายการ (เช่น เงินสด โทรศัพท์มือถือ และที่ดิน) รวมมูลค่าประมาณ 27 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 216/2568)

2. ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 22 รายคดี ทรัพย์สินกว่า 624 รายการ มูลค่าประมาณ 207 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่ เป็นทรัพย์สินเกี่ยวกับความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความผิดเกี่ยวกับ การฉ้อโกงประชาชน โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ ดังนี้

นายวิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง.

2.1 รายคดี นายยี่แก้วฯ กับพวก อันเป็นความผิดเกี่ยวกับการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความผิดฐานฟอกเงิน โดยคณะกรรมการธุรกรรมได้มีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 25 รายการ (เช่น ทองคำแท่ง และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) มูลค่าประมาณ 49 ล้านบาท (คำสั่ง ย.136/2568)

2.2 รายคดี กลุ่มบุคคลที่จัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (รายนายพิทยาฯ กับพวก) โดยคดีนี้คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินไว้แล้วกว่า 189 ล้านบาท(คำสั่ง ย.7/2568 และ ย.127/2568) ซึ่งคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง โดยในการพิจารณาครั้งนี้ คณะกรรมการธุรกรรมได้มีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพิ่มเติมอีก จำนวน 86 รายการ (เช่น ห้องชุด และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) มูลค่าประมาณ 26 ล้านบาท (คำสั่ง ย.139/2568)

2.3 รายคดี กลุ่มบุคคลที่จัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์(รายนายบัณฑิตฯ กับพวก) โดยใช้ช่องทางชักชวนให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าเล่นพนันออนไลน์ ผ่านบัญชี LINE ชื่อบัญชี ร้าน เปา เปา ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมได้มีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 106 รายการ (เช่น เงินสด วัตถุมงคล ยานพาหนะ และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) มูลค่าประมาณ 12 ล้านบาท(คำสั่ง ย.148/2568)

2.4 รายคดี นางสาวเดือนนภาฯ กับพวก ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน ความผิดเกี่ยวกับการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความผิดฐานฟอกเงิน คณะกรรมการธุรกรรม มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินไว้แล้วมูลค่ากว่า 246 ล้านบาท (คำสั่ง ย.254/2566 ย.94/2567 และ ย. 250/2567) ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 16 รายการ (เช่น เงินสด และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) มูลค่าประมาณ 20 ล้านบาท (ย.156/2568)

2.5 รายคดี นายสมเกียรติฯ กับพวก อันเป็นความผิดเกี่ยวกับการลักทรัพย์อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยคณะกรรมการธุรกรรมได้มีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 17 รายการ (เช่น ห้องชุด ที่ดินและเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) มูลค่าประมาณ 55 ล้านบาท (คำสั่ง ย.135/2568)

3. ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (คุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย) จำนวน 11 รายคดี ทรัพย์สิน 139 รายการ มูลค่าประมาณ 21 ล้านบาท ในความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน ฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ ดังนี้

3.1 รายคดี บัญชีเงินฝากธนาคารของกลุ่มมิจฉาชีพฯ กับพวก กรณีการหลอกลวงให้ประชาชนให้สมัครเล่นหุ้นสกุลเงินต่างประเทศ ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน และการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (กรณีคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย) ซึ่งเป็นการดำเนินการกับทรัพย์สิน 17 รายการ มูลค่าประมาณ2 ล้านบาท (คำสั่ง ย.146/2568)

3.2 รายคดี นางชยาวรรณฯ กับพวก ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน และการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (กรณีคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย) ซึ่งเป็นการดำเนินการกับทรัพย์สิน 40 รายการ มูลค่าประมาณ 14 ล้านบาท (คำสั่ง ย.118/2568)