รวบ3 บัญชีม้ารับโอนเงินแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มูลค่าความเสียหายกว่า 4 ล้าน

678

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย, พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์, พ.ต.อ.จักรกริช เสริบุตร, พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล รอง ผบก.ปอศ. , พ.ต.อ.ธีรภาส ยั่งยืน ผกก.3 บก.ปอศ., พ.ต.ท.นนทพัทธ์ ยอดแก้ว, พ.ต.ท.ณธัชพงศ์ สินสิริยานนท์ และพ.ต.ท.ชวลิต น้ำใจสัตย์ รอง ผกก.3 บก.ปอศ.เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.วรพจน์ ลลิตจิรกุล สว. กก.3 บก.ปอศ. และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 4 กก.3 บก.ปอศ.

​ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหา 3 ราย ดังนี้1. นายคชฤทธิ์ฯ อายุ 19 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.948/2566 ลงวันที่ 19 กันยายน 2566 ในฐานความผิด “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”สถานที่จับกุม บริเวณหอพัก ต.บางปรอก อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี

​2. นายทัศนัยฯ อายุ 37 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 1851/2567 ลงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 ในฐานความผิด “เป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และเป็นผู้สนับสนุนนการกระทำความผิดฐาน โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งอมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดเสียหายแก่ประชาชน และเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝาก โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตน โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีความผิดอาญาอื่นใด”​สถานที่จับกุม บริเวณปากซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 4 ถนนแจ้งวัฒนะ ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ดจ.นนทบุรี

1.น.ส.ปณาลีฯ อายุ 20 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.23/2568 ลงวันที่ 3 มกราคม 2568 ในฐานความผิด “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”​สถานที่จับกุม หน้าบ้าน ต.คลองพระอุดม อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

    ​พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการการระดมกวาดล้างอาวุธปืน เครื่องกระสุน และ จับบุคคลตามหมายจับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปอศ. ได้จับกุมผู้ต้องหามีพฤติการณ์เกี่ยวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์และบุคคลตามหมายจับศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center : AOC) จำนวน 3 ราย ดังนี้

    ​2. นายคชฤทธิ์ฯ อายุ 19 ปี มีพฤติการณ์ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยมีการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แจ้งว่า ผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด พร้อมกับหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินไปยังบัญชีของคนร้าย โดยอ้างว่าเพื่อทำการตรวจสอบ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้โอนเงินไปยังบัญชีของคนร้าย รวมเป็นเงินกว่า 4 ล้านบาท ผู้เสียหายรู้ตัวจึงได้มาร้องทุกข์ดำเนินคดี ซึ่งผู้ต้องหาได้ให้การเบื้องต้นว่าเปิดบัญชีธนาคารจริง โดยถูกเพื่อนชักชวนให้เปิดบัญชีธนาคาร เมื่อตอนอายุ 16 ปี ได้รับค่าจ้าง 1,200 บาท

    ​3. นายทัศนัยฯ อายุ 37 ปี มีพฤติการณ์ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยมีการโฆษณาหลอกลวงขายสินค้าหรือบริการในราคาถูกทางช่องทางออนไลน์ เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ โอนเงินไปยังบัญชีของคนร้าย กลับไม่ได้รับสินค้าหรือบริการ ตามที่คนร้ายแอบอ้าง จึงมาแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดี ซึ่งผู้ต้องหาได้ให้การเบื้องต้นว่าได้มีการรับจ้างเปิดบัญชีธนาคารจริง โดยถูกหลอกให้เปิดบัญชีธนาคารจากเพื่อนที่รู้จักกัน ในราคา 5,000 บาท แต่หลังจากเปิดบัญชีธนาคารให้กับผู้ว่าจ้างแล้ว กลับไม่ได้รับเงินค่าจ้างตามที่ตกลงกันไว้ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมพบมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ถูกจับดำเนินคดี ในข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 และเคยถูกดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกง

    ​3. น.ส.ปณาลีฯ อายุ 20 ปี มีพฤติการณ์ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยผู้ต้องหาให้การว่า ถูกชักชวนจากคนใน Facebook ให้เปิดบัญชีธนาคารผ่านทางออนไลน์ โดยได้รับค่าจ้าง 300 บาทโดยหลังจากจับกุม ได้ดำเนินการนำผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ส่ง สภ.เมืองเชียงใหม่ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    เตือนภัย การรับจ้างเปิดบัญชีธนาคารหรือให้ผู้อื่นใช้บัญชีธนาคารของตนเองนั้น ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย โดยมีความผิดตาม พรก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 ระบุว่า “เจ้าของบัญชีม้า หรือเบอร์ม้า ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

    จึงขอประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนทราบถึงความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับบัญชีม้า และวิธีป้องกันตนเอง โดยอย่าเปิดบัญชีธนาคารให้กับคนอื่น, อย่าให้ใครยืมใช้บัญชีธนาคาร, หมั่นตรวจสอบบัญชีเป็นประจำ หากพบความผิดปกติ ให้รีบแจ้งธนาคารทันทีเพื่อขอคำแนะนำ และระงับบัญชี, ระวังข้อมูลส่วนตัว เช่น ข้อมูลบัตรประชาชนทั้งด้านหน้า-หลัง, รหัส OPT ของธนาคาร เพราะมิจฉาชีพอาจนำข้อมูลเหล่านั้น ไปเปิดบัญชีม้าได้ และกรณีที่มีหมายเรียกจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจมายังท่าน ขอให้ดำเนินการตามหมายเรียก อย่าละเลยไม่ดำเนินการตามหมายเรียก มิฉะนั้นอาจเป็นเหตุให้ถูกออกหมายจับได้

    “การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชนให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด​ ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”