กรุงเทพฯ, วันที่ 4 ส.ค. – พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีที่พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะอดีต ผบ.ทบ. พร้อมคณะอดีตนายทหารชั้นผู้ใหญ่นับ 10 นาย ไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจทหาร กองกำลังสุรนารี กองทัพภาค 2 และพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการสู้รบที่อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เพื่อรับฟังปัญหาในพื้นที่เพื่อขับเคลื่อนในการแก้ไขปัญหา แก่พี่น้องประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ว่า ทางทีมงานกฏหมาย พปชร. พิจารณาแล้วเห็นว่า จากพยานหลักฐานที่ปรากฎทางสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งไทยและกัมพูชา โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ ของ ทางการกัมพูชา และของ นายฮุนเซนเอง ปรากฏพยานหลักฐานทั้งภาพและข้อความแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมของนายฮุนเซน ในการสั่งการ และบัญชาการรบเอง
พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า ซึ่งกรณีดังกล่าว มีการปฎิบัติการทางทหารจากประเทศกัมพูชาและทำให้พี่น้องประชาชน เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำกระทำผิดฐาน ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา อันเป็นความผิด ตาม ป.อาญา มาตรา83,84,86 ,288 และ มาตรา289 และ ยังเป็นการกระทำผิดเกี่ยวกับความมั่นคงนอกราชอาณาจักร ตาม ป.อาญา ม.119,120,127 ,128และ ม.129 อีกด้วย การที่นายฮุนเซน ได้วางแผนการรบ สั่งการ และ ให้การสนับสนุนดังกล่าว ผู้สนับสนุนในการกระทำความผิด ตามมาตรา119,120,127 ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการในความผิดนั้น (ตามมาตรา 129) จึงเสนอแนะ ญาติผู้เสียชีวิต และทรัพย์สินเสียหายให้ฟ้องดำเนินคดีกับฮุนเซนตามกฎหมาย

“อาจมีการโต้แย้งว่า การสั่งการของนายฮุนเซน เป็นการกระทำผิด นอกประเทศไทย กรณีดังกล่าว แม้ว่าการกระทำผิดของนายฮุนเซน จะเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักรไทย แต่สามารถดำเนินคดี และรับโทษในประเทศได้ ตาม มาตรา 7 และ 8 ป.อาญา ซึ่งคดีดังกล่าว อัยการสูงสุดจะเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ และมั่นใจว่าท่านอัยการสูงสุดท่านปัจจุบัน ท่านเห็นแก่ความสูญเสียของ ประชาชนชาวไทย มากกว่าประเทศกัมพูชาแน่นอน” โฆษก พปชร.กล่าว
พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า พยานหลักฐานดังกล่าวชัดเจนมาก เพราะสื่อออนไลน์บางส่วนเป็นของทางการกัมพูชาและเป็นของนายฮุนเซน เอง ซึ่งไม่สามารถปฏิเสธได้ และที่สำคัญ หากศาลออกหมายจับนายฮุนเซนกับพวก ไทยสามารถส่งหมายจับดังกล่าวไปยังตำรวจสากลหรืออินเตอร์โพล เพื่อให้ประเทศที่อยู่ในสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ส่งตัวมาดำเนินคดีที่ประเทศไทยได้ ซึ่งญาติผู้เสียชีวิต สามารถดำเนินคดี ได้ทั้งคดีอาญาและฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งจากนายฮุนเซน และกัมพูชา ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลไทยจะต้องเป็นตัวกลางในการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับความเสียหายและได้รับความเดือดร้อนในครั้งนี้

ทั้งนี้ พล.ต.ท.ปิยะ อ้างว่าได้ยินเสียงบ่นน้อยใจจากพี่น้องทหารหาญว่าเสียสละทั้งชีวิต แต่ได้รับเงินชดเชย จากรัฐบาลเพื่อไทยแค่หนึ่งล้านบาท แต่ผู้ชุมนุมทางการเมืองเสื้อแดงได้รับเงินถึง 7-8 ล้านบาท ขณะที่รัฐบาลใช้งบประมาณซอฟต์พาวเวอร์หลายพันล้านบาท ล่าสุดจะจัดงานเทศกาลดนตรีอิเล็กทรอนิกส์แดนซ์ อีก 1,600 ล้านบาท ควรนำงบส่วนนี้มาช่วยเหลือพี่น้องทหารและพี่น้องประชาชนดีกว่า
“ นอกจากนี้ อยากฝากพี่น้องประชาชนทั้ง 20 อำเภอ 7 จังหวัด ที่มีเขตติดต่อกับประเทศกัมพูชาให้ช่วยกันสอดส่องดูอากาศยานไร้คนขับหรือโดรน ที่บินอยู่ในเขตพื้นที่ ซึ่งในขณะนี้ ได้มีการประกาศห้ามบินในทุกเขตของประเทศไทย หากพบมีการบินโดรน ในพื้นที่ใด ขอให้แจ้งที่เบอร์โทร 1374 หรือกองทัพภาคที่ 1 หรือ กองทัพภาคที่ 2 หรือหน่วยทหารในพื้นที่ เพื่อป้องกันการสอดแนมจากฝ่ายตรงข้าม และฝากพี่น้องประชาชนที่มีจิตใจรักประเทศชาติและบ้านเมือง ช่วยกันหาตัวไส้ศึก ที่สั่งการให้ทหารถอย หรือแทรกแซง การทำงานของเจ้าหน้าที่ทหาร ทำให้ไม่สามารถทำงานได้เต็มที่” โฆษก พปชร. กล่าว

