“นราธิวาส” เข้มปราบยา ตรวจฉี่หัวหน้าส่วนราชการเป็นตัวอย่าง กำชับปราบผู้ค้า-ผู้เสพ ให้หมดภายใน 3 เดือน

744

นราธิวาส, วันที่ 28 ก.ค. – ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผวจ.นราธิวาส นำส่วนราชการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด ปฏิบัติการเชิงรุก ขานรับนโยบายรัฐบาล “No Drugs No Dealers” ยกระดับมาตรการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดยมี รองผู้ว่า ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอทุกอำเภอ  และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมจำนวนมาก จากนั้น เป็นประธานในพิธีลงนาม”ปฏิญญารวมพลัง ยับยั้งปัญหายาเสพติด จังหวัดนราธิวาส” เพื่อแสดงพลังและคำมั่นสัญญาว่าจะไม่ยอมให้มียาเสพติดในพื้นที่อีกต่อไป ตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลที่ได้ตั้งเป้าหมาย และตัวชี้วัด ว่าภายใน 3 เดือน หมู่บ้าน และชุมชนที่มีปัญหายาเสพติด จะต้องเริ่มแก้ไขปัญหาวางกลไกของชุมชน และประกาศตนเป็นหมู่บ้าน ชุมชนปลอดยาเสพติด อย่างจริงจังและยั่งยืน

ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล กล่าวว่า ตามที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว. มหาดไทย ได้มอบนโยบาย “120 วัน ปราบพืชกระท่อม” วันนี้จึงได้มีการตรวจปัสสาวะข้าราชการทุกคนที่เข้าร่วมประชุม เพื่อที่จะทำตัวเป็นแบบอย่างด้วยการกวาดบ้านตัวเองก่อน นอกจากนี้ยังได้การลงนามปฏิญญาร่วมกับส่วนราชการทุกหน่วย เพื่อป้องปรามและปราบปรามปัญหายาเสพติดในพื้นที่ โดยเบื้องต้นได้กำชับฝ่ายปราบปรามให้เข้มงวดกวดขันไม่ว่าจะเป็นผู้ค้า ผู้เสพ ให้หมดสิ้นภายใน 3 เดือนนี้

ส่วนการบำบัดที่ผ่านมาได้ทำอย่างต่อเนื่อง ด้วยการถอนพิษยาผ่าน โครงการ “มินิธัญญารัก” รพ.ธัญญารักษ์ ซึ่งนราธิวาสเป็นหนึ่งใน 10 จังหวัดที่จะต้องขับเคลื่อนเรื่องของการกวาดล้างยาเสพติด ขณะนี้มีผู้ที่รอเข้ากระบวนการบำบัดรักษาอยู่ประมาณ 1,000 กว่าคน นอกจากนี้ยังมีนราโมเดล ซึ่งทำมา 2 รุ่น โดยรุ่นแรกจาก 36 คน สามารถทำให้หลุดพ้นจากยาเสพติดได้โดยสิ้นเชิง 20 คน พร้อมกับทำให้เขามีอาชีพ มีรายได้ ส่วนอีก 10 กว่าคนที่เหลือ มีการติดตามอย่างต่อเนื่อง

ผวจ.นราธิวาสกล่าวว่า นอกจากนี้ยังขอความร่วมมือให้เขาแจ้งข้อมูลที่สำคัญ เพื่อที่จะไปดำเนินการให้ถึงผู้ค้า เพราะเขารู้ว่าผู้ค้าอยู่ตรงไหน และกลุ่มผู้เสพอยู่ตรงไหน หลายคนที่บำบัดรักษาแล้วไม่หายขาด ซึ่งคนเหล่านี้บอกว่าไม่อยากกลับบ้าน เพราะกลับไปแล้วรู้ว่ายาอยู่ตรงไหน แล้วเพื่อนเขาอยู่ตรงไหน หลายรายพร้อมที่จะเลิก แต่ทางการต้องทำให้สิ่งแวดล้อมที่ล่อแหลมและเป็นอันตรายกับเขาให้หมดสิ้นไป ซึ่งทางจังหวัดได้นำข้อมูลเหล่านี้มาวางแผนในการแก้ไขปัญหาอยู่

สำหรับนโยบายการปราบปรามผู้ค้าใบกระท่อมผิดกฎหมายนั้น หากมีการต้มน้ำกระท่อมโดยมีส่วนผสมของยาแก้ไอ โค้กเป๊ปซี่ ให้จับกุมทันที แต่การต้มน้ำกระท่อมที่ไม่มีส่วนผสมอย่างอื่นเลย ได้กำชับว่าถ้าอยู่บริเวณด้านหน้าสถานศึกษาหรือมีเด็กเยาวชนมั่วสุมเราต้องจัดการให้ออกไปนอกพื้นที่ และยังได้มีการกำชับดูแล ไม่ให้ขายริมถนน ไม่ว่าจะเป็นแขวงทางหลวง ทางท้องถิ่น ซึ่งมีข้อมูลทุกอำเภอว่ามีจำนวนร้านค้าขายน้ำกระท่อม ใบกระท่อมอยู่จำนวนเท่าไหร่ โดยจะได้ดำเนินการป้องปรามและแก้ไขปัญหาการกระทำผิดต่อไป