
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย ผบก.ปอท., พ.ต.อ.ประดิษฐ์ เปการี รอง ผบก.ปอท., พ.ต.อ.ชิษณุพงศ์ ไหวดี ผกก.3 บก.ปอท., พ.ต.ท.สัญญา นิลนพคุณ, พ.ต.ท.เสริมศักดิ์ น้อยหัวหาด, พ.ต.ท.อิสรพงศ์ ทิพย์อาภากุล รอง ผกก.3 บก.ปอท.

เจ้าพนักงานตำรวจ กก.3 บก.ปอท. นำโดย พ.ต.ท.ประทีป จันทร์เพชรบุรี สว.กก.3 บก.ปอท., พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ พุ่มพวง, พ.ต.ท.ชัยณรงค์ จอมเล็ก, ร.ต.อ.ประมุข ภิรมย์เจียว รอง สว.กก.3 บก.ปอท., ร.ต.ท.สุคนธ์ กองทอง, ร.ต.ต.หญิง ณภัทร ช่วยยา, ด.ต.วรวุฒิ เหมาะเจาะ, ด.ต.วชิระ มูสิกะ, ด.ต.ธีรศักดิ์ พรภักดี, ส.ต.อ.ยศพล เคียงสูงเนิน ผบ.หมู่ กก.3 บก.ปอท. ร่วมกันจับกุม น.ส.จินตหราฯ อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 4725/2567 ลง 26 กันยายน 2567 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น และร่วมกันโดยทุจริตหรือหลอกลวงนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือ บางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” สถานที่จับกุม บริเวณบ้านหลังหนึ่ง หมู่ 3 ต.วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปอท. ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนว่าถูกคนร้ายไม่ทราบว่าเป็นผู้ใดโทรศัพท์ติดต่อ โดยอ้างว่าเป็นพนักงานของบัตรเครดิตธนาคารแห่งหนึ่ง และบอกกับผู้เสียหาย ว่ามีบัตรเครดิตอีก 1 ใบ ยังค้างชำระอยู่ และได้แนะนำให้ไปแจ้งความที่ สภ.เมืองน่าน โดยอำนวยความสะดวกติดต่อให้ ต่อมามีกลุ่มบุคคลเป็นชาย 2 คน หญิง 1 คน อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองน่าน ได้แอดไลน์มาคุยกับผู้เสียหาย โดยมีชายหนึ่งในนั้นแต่งชุดตำรวจในเครื่องแบบ และเห็นหน้าชัดเจน บอกว่าตนเองเป็นผู้กำกับ สภ.เมืองน่าน จะทำการตรวจสอบบัญชีธนาคารของผู้เสียหาย เนื่องจากตรวจพบว่าบัญชีธนาคารเกี่ยวข้องกับคดีบัญชีม้า และยาเสพติด ผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงได้โอนเงินให้คนร้ายที่บัญชีธนาคาร 3 ครั้ง 3 แห่งด้วยกัน รวมความเสียหายจำนวน 5 ล้านบาท หนึ่งในบัญชีนั้น เป็นชื่อของ น.ส.จินตหรา ฯ ผู้ต้องหารายนี้ จึงได้ทำการสืบสวนและติดตามจับกุมผู้ต้องหาในเครือข่ายนี้ ก่อนจะทราบว่า น.ส.จินตหราฯ จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังตะเคียน เข้าตรวจสอบก่อนแสดงตัวเข้าจับกุมผู้ต้องหา ส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอท. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่าในช่วงเวลา 2-3 ปี ที่ผ่านมา ได้เปิดบัญชีธนาคารให้ผู้อื่นไปหลายครั้ง โดยได้มีนายหน้า ซึ่งจำชื่อสกุล และหน้าตาไม่ได้ เป็นคนจัดการ พาไปเปิดบัญชีธนาคาร ผูกบัญชีกับโทรศัพท์ และ อื่นๆ จากนั้น ได้มีชายไทยไม่ทราบชื่อสกุล นำโทรศัพท์มาให้สแกนใบหน้า ที่บ้านพัก ใน จ.สระแก้ว เพื่อทำธุรกรรมทางการเงินอยู่ประมาณ 2-3 ครั้ง ได้รับค่าจ้าง 12,000 บาท

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เตือนภัย ปัจจุบันมิจฉาชีพ ยังคงมีการโทรมาที่ผู้เสียหายและวิดีโอคอลแต่งชุดตำรวจ โดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ, DSI, ธนาคาร, ค่ายโทรศัพท์ รวมถึง บริษัทขนส่งต่างๆ โดยจะบอกข้อมูล ของเราถูกต้องทั้งชื่อ-สกุล เลขบัตรประชาชน เพื่อหลอกลวงให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ ก่อนจะหลอกลวงให้ผู้เสียหาย
โอนเงิน ดังนั้น ถ้ามีเบอร์แปลกๆ โทรมา ควรตัดสายทิ้ง และปรึกษาคนใกลตัว หรือสถานี้ตำรวจใกล้บ้าน
“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชนให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”

