นักวิจัยหอจดหมายเหตุอังกฤษ โชว์ร่างแผนที่เขตแดนไทยกัมพูชา พร้อมรายงานทูตผู้ดี เมื่อ 100 ปีที่แล้ว

1879

สหราชอาณาจักร, วันที่ 17 มิ.ย. จากสถานการณ์ข้อพิพาทเกี่ยวกับดินแดนระหว่างไทย-กัมพูชา ระลอกล่าสุด นายเผด็จ ขำเลิศสกุล นักวิจัยประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประจำหอจดหมายเหตุแห่งชาติ สหราชอาณาจักร (The National Archives, UK) ซึ่งเป็นผู้ค้นพบเอกสารสำคัญหลายชิ้นเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทย ได้เผยแพร่เอกสารทางประวัติศาสตร์ที่หายากชุดใหม่ โดยเขาระบุว่าคือข้อความฉบับเต็มของสนธิสัญญาฝรั่งเศส-สยาม รศ.125 (Franco-Siamese Treaty1907) พร้อมรายงานทางการทูตของอังกฤษ และแผนที่ร่างที่แสดงรายละเอียดเขตแดนระหว่างสยามกับอินโดจีนของฝรั่งเศส บันทึกเหล่านี้ได้กำหนดเขตแดนที่เรารู้จักในปัจจุบัน ซึ่งมีอิทธิพลต่อภูมิทัศน์ทางภูมิรัฐศาสตร์สมัยใหม่

นายเผด็จ กล่าวว่า สนธิสัญญาได้ระบุสิ่งต่าง ๆ ได้แก่ 1)  การโอนดินแดน โดย สยามได้โอนพระตะบอง เสียมเรียบ และศรีโสภณให้แก่กัมพูชาที่อยู่ภายใต้การควบคุมของฝรั่งเศส 2) การปรับกฎหมาย โดย ฝรั่งเศสได้สละเขตอำนาจศาลนอกอาณาเขต (สิทธิสภาพนอกอาณาเขต) โดยให้พลเมืองฝรั่งเศส-เอเชียอยู่ภายใต้กฎหมายของสยาม และ 3) การกำหนดเขตแดน (Demarcation) พิธีสารที่แนบมาได้กำหนดเขตแดนใหม่ให้เป็นจุด (บนชายฝั่ง) ที่หันหน้าไปทางจุดสูงสุดบนเกาะกูด (Koh Kut) ทางตะวันออกเฉียงเหนือไปจนถึงยอดเขาพนมกระวาน (Phnom Kravanh)ซึ่งตรงกับแนวแบ่งเขตสันปันน้ำ(watershed) ด้านตะวันตกของคลองเกาะปอ (Klong Kopo) ซึ่งแอ่งน้ำทั้งหมดตกอยู่ภายใต้อินโดจีน ไปทางเหนือตามสันปันน้ำไปยังพนมธม (Phnom Thom) จากนั้นเขตแดนก็ไปบรรจบกับชายแดนด้านตะวันตกของจังหวัดพระตะบอง ซึ่งตามไปจนถึงแม่น้ำน้ำไซ

นักวิจัยจากหอจดหมายเหตุอังกฤษ กล่าวว่า น้ำไซก่อตัวเป็นแนวชายแดนที่บรรจบกับแม่น้ำศรีโสภณ ซึ่งต่อมากลายเป็นแนวเขตที่อยู่ห่างจากเมืองอรัญลงไป 10 กิโลเมตร (ตามลำน้ำ) จากนั้นจึงแบ่งเขตแดนเป็นเส้นตรงไปยังจุดที่ตั้งอยู่บนแม่น้ำดงรักระหว่างช่องเขาช่องตะโก (Chong-Ta-Koh) และ ช่องเสม็ด (Chong-Samet) จากนั้นจึงเป็นสันปันน้ำของแม่น้ำดงรัก

น่าเสียดายที่แผนที่ร่างนี้ไม่ได้นำไปใช้กับข้อพิพาทชายแดนสามเหลี่ยมมรกตระหว่างไทยและกัมพูชาโดยตรง ประเทศไทยยังคงใช้แผนที่ฝ่ายเดียว (1:50000) ที่จัดทำขึ้นตั้งแต่ปี 1962 (พ.ศ.2505) ไม่ใช่แผนที่ ‘ภาคผนวก 1’ (1:200000) ในยุคอาณานิคม ซึ่งควรควบคุมมติเรื่องพรมแดน

เผด็จกล่าวว่า อย่างไรก็ตามคิดว่าแผนที่ประวัติศาสตร์และสนธิสัญญานี้ให้ข้อมูลเชิงลึกอันมีค่าเกี่ยวกับการเจรจาอาณาเขตในอดีต และช่วยให้เราเข้าใจอาณาเขตที่เปลี่ยนแปลงไปของประเทศไทย

สำหรับสำเนาจดหมายที่นายเผด็จนำมาเผยแพร่ในครั้งนี้เป็นรายงานที่นาย ราล์ฟ พาเจต์ (Mr.Ralph Paget) ทูตอังกฤษประจำสยาม ขณะนั้น ส่งถึงเซอร์เอ็ดเวิร์ด เกรย์ (Sir.Edward Grey) แห่งกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 27 มี.ค. 1907 (พ.ศ.2450) พูดถึงการลงนามในสนธิสัญญาระหว่างฝรั่งเศสกับสยาม เมื่อวันที่ 23 มี.ค. หรือเมื่อ 4 วันที่ผ่านมา โดยนายราล์ฟอ้างอิงจากข้อมูลที่เขาได้มาจากนายเอ็ดเวิร์ด เฮนรี่ สตรอเบล (Mr.Edward Henry Strobel) ซึ่งเป็นนักการทูตชาวสหรัฐ และที่เป็นที่ปรึกษาของรัฐบาลสยามประจำอยู่ที่กรุงเทพฯ โดยเนื้อหาเป็นการอธิบายว่าสนธิสัญญาดังกล่าวคืออะไร และก่อให้เกิดอะไรขึ้น รวมทั้งอาจจะส่งผลอะไรต่อสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นดังที่นายเผด็จสรุปเอาไว้ 3 ประการ

นอกจากนี้ในรายงานดังกล่าว นายราล์ฟ ยังได้แนบสนธิสัญญาฉบับแปลเป้นภาษอังกฤษ พร้อมด้วยร่างแผนที่เขตแดนที่มีการแลกเปลี่ยนกันตามสนธิสัญญาด้วย