
ตำรวจสอบสวนกลาง(CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิด เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ, พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.นิตติโชติ เพ็ญจำรัส รอง ผบก.ปอศ.,พ.ต.อ.วิวิฒน์ จิตโสภากุล รอง ผบก.ปอศ.,พ.ต.อ.กริช วรทัต ผกก.4 บก.ปอศ. และ พ.ต.ท.ภาคิน ไกรกิติชาญ รอง ผกก.4 บก.ปอศ.

เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ นำโดย พ.ต.ท.วรวุฒิ คงรักษา สว.กก.4 บก.ปอศ. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่
ตำรวจ กก.4 บก.ปอศ. ร่วมกันจับกุม นายบัญชา (สงวนนามสกุล) อายุ 56 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็น การฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันนำเข้าระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” สถานที่จับกุม หน้าบ้านพักในพื้นที่ ต.พระลับ อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อปี 2562 มีผู้เสียหายจำนวน 16 ราย ทยอยเข้าแจ้งความต่อพนักงาน สอบสวน กก.4 บก.ปอศ. หลังถูกกลุ่มผู้ต้องหา 5 คน โดยมีนายบัญชาฯ เป็นหัวหน้าขบวนการ ร่วมกันหลอกลวง ให้ร่วมลงทุนใน “กองทุนรวม ETR” โดยอ้างว่าเป็นกองทุนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Cyprus Securities and Exchange Commission (CySEC) สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ประเทศไซปรัส มีสาขาใน อังกฤษ, ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา ผู้ต้องหาอ้างว่าจะนำเงินไปลงทุนใน หุ้นต่างประเทศ เช่น ดัชนีดาวโจนส์ของอเมริกา, สกุลเงิน ต่างประเทศ และผ่านโบรกเกอร์ระดับโลก ภายใต้แผนการออมที่ระบุว่า เงินลงทุนขั้นต่ำ 10,000 บาท จ่ายผลตอบแทน 10% ต่อสัปดาห์ เป็นเวลา 6 สัปดาห์ ได้รับคืนเงินต้นพร้อมกำไรรวม 60% ภายใน 6 สัปดาห์ มีค่าตอบแทนให้ผู้แนะนำ 5 % ของเงินลงทุนกองทุนดังกล่าว
จากการสืบสวนพบว่าการลงทุนดังกล่าวไม่มีอยู่จริง โดยกลุ่มผู้ต้องหาใช้บัญชีม้าในการรับเงินลงทุน เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบทางการเงิน มีโค้ชสอนการลงทุน และแอดมินกลุ่มไลน์ ผู้รวมขบวนการ ได้สร้างตัวตนให้นายบัญชาฯ เป็นบอสของกองทุน ETR พักอาศัยอยู่ต่างประเทศ รวมทั้งจัดตั้งกลุ่มไลน์ เพื่อใช้เป็นช่องทางประชาสัมพันธ์และสื่อสารกับนักลงทุน จัดงานเลี้ยงสัมมนา แจกของรางวัล และรับประทานอาหารร่วมกัน โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดนครปฐม เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและร่วมลงทุน แต่เมื่อถึงกำหนดจ่ายค่าตอบแทนได้มีการปิดกลุ่มไลน์ และไม่สามารถติดต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องของกองทุน ETR แต่อย่างใด มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นรวมกว่า 8,694,040 บาท

ซึ่งในคดีนี้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้แล้ว 4 คน ก่อนหน้านี้ โดย ทั้ง 4 ราย มีลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำ คงเหลือนายบัญชา ผู้ต้องหาคนสุดท้าย ซึ่งหลบหนีการจับกุมกว่า 6 ปี จึงได้ติดตามตัวนายบัญชาฯมาโดยตลอด
ต่อมาเมื่อสืบทราบว่าได้นายบัญชาฯ หลบหนีมาอยู่พื้นที่ จ.ขอนแก่น จึงเร่งติดตามตัว จนกระทั่ง สามารถจับกุมได้ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดี ตามกฎหมายต่อไป สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
ตำรวจสอบสวนกลาง(CIB) ขอเตือนภัยประชาชน ให้ระมัดระวังต่อการลงทุนในโครงการที่ เสนอผลตอบแทนสูงเกินจริง หรือไม่มีแหล่งข้อมูลอ้างอิงที่ชัดเจน โดยเฉพาะการอ้างชื่อกองทุนปลอม หรือนำเสนอผลกำไรในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งมีลักษณะเข้าข่ายการฉ้อโกง หากพบการชักชวนลักษณะนี้ ควรตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) หรือแจ้งเบาะแสกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที โทร. 1135 หรือเพจตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)

