“ นับแต่หลังสงกรานต์เป็นต้นมาสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ที่คุโชนมากว่า 20 ปี ทวีความรุนแรงมากขึ้นเพราะโจรใต้ก่อเหตุแบบไม่สนใจว่าผู้ถูกกระทำมีทางสู้หรือไม่“

เริ่มแต่วันที่ 18 เมษายน โจรใต้ ยิงผู้นำศาสนาอิสลามเสียชีวิต ถัดมา 21 เมษายน ยิงสามเณรที่กำลังไปบิณฑบาตร เสียชีวิต ในเขตเทศบาลสะบ้าย้อย สงขลา 2 พฤษภาคม กราดยิงใส่บ้านหลังหนึ่งใน ต.โฆษิต อ.ตากใบ นราธิวาส เสียชีวิต 3 คน บาดเจ็บ 2 คน ผู้เสียชีวิตเป็นเด็กหญิงวัย 9 ขวบ วันเดียวกันยิงหญิงตาบอดเสียชีวิต พื้นที่ หมู่ 5 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ นราธิวาส ขณะที่ลูกชายพาไปโรงพยาบาลและลูกชายบาดเจ็บ
กลายเป็นชนวนเหตุทำให้อารมณ์คนในสังคมเกิดอาการเดือดดาลอย่างหนัก ถึงขั้นเรียกร้องให้รัฐบาลใช้มาตรการเด็ดขาด แบบตาต่อตาฟันต่อฟัน เรียกร้องให้นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เร่งตอบโต้แบบเฉียบขาด
ขณะที่นักการเมืองฝ่ายค้านและนักสิทธิมนุษยชนทั้งหลายเรียกร้องให้ใช้สันติวิธีด้วยการเจรจากับกลุ่มบีอาร์เอ็น และกลุ่มก่อความไม่สงบอื่นๆในพื้นที่ เพื่อหาทางออกให้เกิดสันติภาพในพื้นที่โดยเร็ว
ด้าน พล.ท.ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาค 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ประณามผู้ก่อเหตุว่าเป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรม ป่าเถื่อน ไร้ความเป็นมนุษย์อย่างสิ้นเชิง
“ตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน เกิดเหตุความรุนแรงต่อเนื่องในพื้นที่นราธิวาส เริ่มจากยิงผู้นำศาสนา กลุ่มผู้ก่อเหตุพยายามบิดเบือนว่าเป็นฝีมือของเจ้าหน้าที่รัฐ ส่งผลให้เกิดการตอบโต้รุนแรงหลายครั้ง อาทิระเบิดโรงพักโคกเคียน นราธิวาส ยิงไทยพุทธอำเภอแว้ง ยิงพระสงฆ์และเณรขณะบิณฑบาตร”แม่ทัพภาค 4 ระบุและว่าไก้สั่งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด ระงับการลาของเจ้าหน้าที่ เน้นการทำงานร่วมกันของผู้นำท้องถิ่นและผู้นำศาสนา
หากติดตามข่าวไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ คำสัมภาษณ์ถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยของแม่ทัพภาค 4 เป็นแพทเทิร์นที่ผลิตซ้ำมาตลอดเวลากว่า 20 ปี สะท้อนอย่างชัดเจนว่าทหารไม่ได้แสดงบทบาทอะไรให้เห็นว่ามีความตั้งใจที่จะแก้ปัญหาเพื่อให้เกิดความสงบในพื้นที่อย่างจริงจัง
ถ้าย้อนดูนับแต่เผด็จการทหารที่นำโดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ก่อรัฐประหาร ปี 2549 ถัดมาเผด็จทหารนำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก่อรัฐประหารปี 2557 เงื่อนไขการก่อรัฐประหารของสองเผด็จการมีปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ รวมอยู่
หลังยึดอำนาจรัฐบาลเผด็จทหารทั้งสองชุดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหลายชุดเพื่อแก้ปัญหาฯแต่ละชุดจะทำหน้าที่แตกต่างกันทั้งด้านความมั่นคง การเจรจา และพัฒนาพื้นที่ เป็นต้น ถลุงงบประมาณมหาศาลจนงบประมาณดับไฟใต้ทะยานสู่สองหมื่นล้าน เช่น ปี 2555 ใช้งบฯ 16,487 ล้านบาท ปี 2556 ขยับเป็น 21,124 ล้านบาท ปี 2557 ขยับเป็น 24,152 ล้านบาท ปี 2558 ขยับเป็น 25,656 ล้านบาทและปี 2559 ทะลุไป 30,512 ล้านบาท
พอสะท้อนได้อย่างชัดเจนว่ารัฐบาลเผด็จการทหารไม่ได้แก้ไฟใต้ให้สงบลงแต่อย่างใด ทั้งที่ทุ่มงบประมาณอย่างหมาศาล จนชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าทหารเลี้ยงไข้ เพราะทหารชั้นสัญญาบัตรขึ้นไปที่ปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดต่างมีรายได้อู้ฟู่
อดีตปลัดจังหวัดในพื้นที่ 3 จังหวัดเล่าให้ฟังว่าถ้าใครมีเพื่อนเป็นทหารระดับสัญญาบัตรขึ้นไปอยู่ในค่ายทหาร ถ้าไปพบให้ปล่อยถังน้ำมันรถว่างไว้ เมื่อไปเจอเพื่อนจะเติมน้ำมันให้ฟรีโดยเฉพาะดีเซล ส่วนรายได้หรือสิทธิ์พิเศษอื่นมีแบบครบสูตร สิทธิ์บางตัวเป็นผลตอบแทนไปจนตาย
ขณะเดียวกันผลประโยชน์ที่ข้าราชการทุกกระทรวง รวมถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้รับมีจำนวนมาก รวมถึงสิทธิพิเศษต่างๆ บางจังหวะรัฐบาลเล็งจะให้พื้นที่ 4 อำเภอของสงขลา พ้นพื้นที่สีแดงใช้กฎหมายปกติ แค่มีข่าวว่าจะปลดพ้นพื้นที่สีแดง เหตุป่วนจะตามทันที ชาวบ้านจะไม่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่สถานที่ราชการหรือทรัพย์สินของราชการจะเสียหาย ทั้งจากระเบิดหรือวางเพลิง
เพราะบรรดาข้าราชการรวมถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมถึงนักธุรกิจในพื้นที่ไม่อยากให้ปลดล็อคเนื่องจากผลประโยชน์จะถูกตัดออกหรือยกเลิกไป โดยเฉพาะนักธุรกิจผูกขาดรับเหมางานก่อสร้างทุกประเภท จะได้งานราคาสูงกว่าพื้นที่อื่นๆแถมจ่ายภาษีถูกอีกต่างหาก แต่ใต้โต๊ะจ่ายสูงเช่นกัน
ตัวอย่างที่ยกมาเป็นเพียงผลประโยชน์อันน้อยนิด เมื่อเทียบผลประโยชน์จากงบประมาณที่ทุ่มลงมากว่าห้าแสนล้านในห้วง 20 ปีที่ผ่านมา
ดังนั้นเหตุความไม่สงบที่เกิดขึ้นถึงขั้นที่แม่ทัพภาค 4 ประณามว่าป่าเถื่อน และคนในสังคมเกิดอาการเดือดดาล เรียกร้องให้รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงแอ็คชั่นให้มากกว่านี้ ถือเป็นเรื่องปกติที่ชาวบ้านอยากจะให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงโดยเร็ว
แต่ในอีกมุมอยากให้ผู้อ่านลองไปตรวจสอบข่าวช่วงเมษายนต่อเนื่องพฤษภาคมของทุกปี จะพบเหตุความไม่สงบเกิดขึ้นค่อนข้างถี่ ยกเว้นปีที่เผด็จการทหารครองเมือง เพราะเป็นช่วงที่สภาผู้แทนราษฏร กำลังพิจารณางบประมาณ ประกอบกับยุคนี้ ส.ส.พรรคประชาชน ตรวจสอบการขอใช้งบประมาณแบบละเอียดยิบ
จึงอดสงสัยไม่ได้ว่าป่วนใต้แบบป่าเถื่อน ฆ่าผู้บริสุทธิ์ทั้งไทยพุทธและไทยมุสลิม จะเกี่ยวข้องกับการพิจารณางบประมาณหรือไม่ ?คงต้องติดตามว่าช่วงพิจารณางบฯดับไฟใต้จะมีเสียงโววายหรือไม่ หากมีการตัดงบฯเกิดขึ้น!!!


