”ผู้ช่วยฯอ้อ“เรียกประชุมครั้งที่ 4 ถก คดีฟอกเงิน 140 ล้าน คดีฟอกเงิน 140 ล้าน เร่งกำชับฝ่ายสอบสวนทำการแสวงหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม

วันนี้ (3 มี.ค.68) ที่อู่ต่อเรือบริษัท ซี เครสท์ มารีน จำกัด ตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ผู้สื่อข่าวไทยแทบลอยด์ รายงานว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.เป็นประธานพิธีปล่อยเรือตรวจการณ์ใช้ปฏิบัติภารกิจการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับปิโตรเลียม ขนาดความยาวไม่น้อยกว่า 60 ฟุต จำนวน 1 ลำ (เรือปทุมวัน 3) ลงน้ำพร้อมด้วย พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบ.ตร.(บร)พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตรจตช.,พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร.(ปป 2)(สส 2) พล.ต.ต.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบช.ก.,พล.ต.ต.เศรษฐสิริ นิพภยะ
ผบก.รน.,พล.ต.ต.เชิดชัย โชติสุทธิ์
ผบก.พธ.,พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ,พล.ต.ต.วิระศักดิ์ แย้มแสง ผชพ.(สบ6) บก.รน. นายธนภัทร เหมังกร และนายทวีผล เหมังกรกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเครสท์ มารีน จำกัด เข้าร่วมพิธี โดยมีคุณจารุวรรณ ณ ระนองสมาชิกชมรมแม่บ้านตำรวจสอบสวนกลางเป็นสุภาพสตรีผู้ประกอบพิธีปล่อยเรือลงน้ำตามประเพณีโบราณ

พล.ต.ท.อัคราเดช เปิดเผยว่า สำหรับ “เรือปทุมวัน 3” เป็นเรือตรวจการณ์ขนาดไม่น้อยกว่า 60 ฟุต ประเภทท้องเดี่ยว (Mono Hull) โดยมีตัวเรือ ดาดฟ้าและเก๋งสร้างด้วยวัสดุอลูมิเนียมอัลลอยด์ใช้เครื่องยนต์มารีนดีเซลขับเคลื่อนด้วยเพลาใบจักร จำนวน 2 เครื่อง ใช้ในภารกิจการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับปิโตรเลียม , ค้นหาช่วยเหลือผู้ประสบภัยและกู้ภัยทางน้ำ รักษาความมั่นคงและอำนาจอธิปไตยของชาติ รวมถึงตรวจลาดตระเวนสำหรับงานป้องกันปราบปรามและจับกุมการกระทำผิดกฎหมายและกฎหมายอื่นที่มีโทษทางอาญา ตลอดแนวชายฝั่งทะเล ท่าเทียบเรือ แม่น้ำ และลำน้ำที่เชื่อมต่อกับทะเล บริเวณน่านน้ำภายในทะเลอาณาเขต และเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักรไทย
พล.ต.ท.อัคราเดช ะปิดเผยอีกว่า เวลาต่อมาที่ห้องประชุมรังสิพราหมณกุล ชั้น 2 อาคารประชาอารักษ์ บก.ป. เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ตนในฐานะหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน เป็นประธานการประชุมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ตามคำสั่ง ตร. ที่ 547/2566 ลง 7 พ.ย.67 รับผิดชอบทำการสืบสวนสอบสวนคดีอาญาที่ 826/2567 ของ สภ.คูคต จว.ปทุมธานี ครั้งที่ 4
โดยมี พล.ต.ต.นราเดช ทิพย์รักษ์ รอง ผบช.ภ.1/รองหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน พล.ต.ต.ชยานนท์ มีสติ รอง ผบช.ภ.1/รองหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน พล.ต.ต.เสถียร บุญค้ำ รอง ผบช.ภ.2/รองหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน พล.ต.ต.พงศธร เครียดธฤมาล รอง ผบช.ภ.6/รองหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 /พนักงานสืบสวน,พล.ต.ต.สรัลพัฒน์ ยศสมบัติ ผบก.กต.2 จต./พนักงานสืบสวน ,พ.ต.อ.เอกราช อุ่นเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา /
พนักงานสอบสวน/เลขานุการ
พร้อมด้วยคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน
เข้าร่วมประชุม

โดยการประชุมครั้งนี้ มีการรายงานความคืบหน้าการแจ้งข้อกล่าวหากับกลุ่มของผู้ต้องหากับพวก , ร่วมกันพิจารณาพยานหลักฐานที่รวบรวมมาได้เพื่อหาความเชื่อมโยงทางการเงินของกลุ่มผู้ต้องหา ,พิจารณาพยานหลักฐานที่จะใช้ในการแจ้งข้อกล่าวหากับกลุ่มผู้ต้องหาเพิ่มเติม , มอบหมายให้ฝ่ายสืบสวนและฝ่ายสอบสวนทำการแสวงหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม อาทิ สอบสวนสถาบันทางการเงิน , กลุ่มเจ้าของ/ผู้ถือครองทรัพย์สิน ,กลุ่มพยานสำคัญที่เกี่ยวข้องในคดี รวบรวมเข้าสู่สำนวนการสอบสวนเพื่อใช้ในการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าว