เปิดคลิปเสียงสนทนา ’ร.ต.อ.’ช่วยชี้ช่อง”แก๊งโอริโอ้”ด้านผกก.สภ.คลองหลวงตั้งกก.สอบ หากผิดฟันวินัย-อาญา

482

เปิดคลิปเสียงสนทนาตำรวจยศ ’ร.ต.อ.’ สังกัด สภ.คลองหลวง ให้คำแนะนำเรื่องคดีความกับแก๊งโอริโอ้ ชี้ช่องทางนัดแนะคำให้การ เพื่อลดหย่อนโทษหรือให้ศาลฯ รอลงอาญา จ่อฟันวินัย – อาญา หากพบว่ามีความผิดจริง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 ก.พ. ที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นางสาวอังศวีร์ อนุวัตน์รุจิกร หรือทนายโรส กล่าวว่า วันนี้ตนมาในฐานะตัวแทนของ “กัน จอมพลัง” นำหลักฐานซึ่งเป็นคลิปเสียงบทสนทนาระหว่างพ่อของผู้ต้องหาในแก๊งโอริโอ้ กับตำรวจนายหนึ่งยศ “ร.ต.อ.” สังกัด สภ.คลองหลวง ให้คำแนะนำเรื่องคดีความ เพื่อช่วยลดหย่อนโทษ ซึ่งมีจำนวนหลายคลิป แต่วันนี้จะเปิดสู่สาธารณะเพียงคลิปเดียวก่อน และมีบางคลิปกลุ่มผู้ต้องหามีการอ้างว่ารู้จักกับตำรวจระดับผู้บังคับการอีกด้วย โดยเนื้อหาของคลิปเสียงที่มาเปิดเผยวันนี้ เป็นการสนทนาด้วยภาษาเหนือ ซึ่งสามารถสรุปใจความได้ว่า พ่อของผู้ต้องหาแจ้งกับตำรวจว่าลูกชายของตนจะถูกแจังข้อกล่าวหาพยายามฆ่าหรือไม่ เพราะผู้เสียหายในการกล่าวอ้างว่าลูกชายของตนเอาปืนไปจ่อหัว ซึ่งตำรวจนายนั้นก็ให้คำแนะนำไปว่า ให้การปฏิเสธข้อหานี้ และให้การไปว่าไม่มีเจตนาที่จะยิงเป็นเพียงแค่การข่มขู่เท่านั้น และให้รับสารภาพข้อกล่าวหาร่วมกันทำร้ายร่างกาย ที่ใช้อาวุธไม้และเหล็กตีก็เป็นการบันดาลโทสะ ซึ่งมีการจ่ายค่าเยียวยาชดใช้ไปแล้ว 300,000 บาท ส่วนเรื่องอาวุธปืนให้ปฏิเสธว่าไม่มีอาวุธปืน เพราะพยานฝั่งผู้เสียหายไม่สามารถสืบได้ว่าเรามีปืนจริงหรือไม่ พร้อมกับบอกอีกว่าถ้าหากให้การตามนี้อาจจะได้รับการลดหย่อนโทษ หรืออาจจะพิจารณารอลงอาญาได้


นางสาวอังศวีร์ กล่าวว่า ตอนนี้ไม่ทราบว่าตำรวจนายนั้นเป็นพนักงานสอบสวนในคดีนี้ หรืออยู่ฝ่ายงานสอบสวนหรือไม่ แต่ความเป็นจริงแล้วไม่ควรให้คำแนะนำกับผู้ต้องหาแบบนี้ เนื่องจากไม่ใช่หน้าที่ของตำรวจ ส่วนจะมีเรื่องผลประโยชน์มาเกี่ยวข้องหรือไม่นั้น รวมทั้งคลิปเสียงอื่นๆ ตนได้ฟังบ้างแล้ว มีนายตำรวจเพียงคนเดียวที่ให้คำแนะนำกับครอบครัวผู้ต้องหา ซึ่งตนยังไม่ขอเปิดเผยว่ามีตำรวจนายอื่นร่วมด้วยหรือไม่ แต่ให้รอทางด้าน กัน จอมพลัง เป็นคนออกมาเปิดเผย


“ตำรวจมีหน้าที่พิทักษ์สันติราษฎร์ ตนอยากถามว่าสถานะเป็นผู้ใช้กฎหมาย คุณทำแบบนี้หรือไม่ ทั้งๆ ที่คดีนี้มีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายคนที่ทำงานอย่างหนัก ตรงไปตรงมา แต่กลับมีนายตำรวจแค่ไม่กี่คน จึงอยากให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติตรวจสอบคลิปเสียงทั้งหมดว่าเข้าข่ายความผิดอาญาและวินัยหรือไม่”
นางสาวอังศวีร์ กล่าว

ด้าน พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ มิตรปราสาท ผกก.สภ.คลองหลวง เปิดเผยกรณี ทนายโรส หรือ อังศวีร์ อนุวัฒน์รุจิกร ในฐานะทีมงาน “ กัน จอมพลัง ” ได้เดิน นำพร้อมหลักฐานคลิปเสียงการพูดคุยระหว่าง หนึ่งในผู้ปกครองของผู้ต้องหาและตำรวจยศ ร.ต.อ.รายหนึ่ง มาร้องต่อ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เพื่อร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีนายตำรวจคนดังกล่าว ได้กระทำการให้คำปรึกษาทางคดี ในแง่ของการชี้นำคำให้การเพื่อให้ผู้ต้องหารับโทษน้อยลงว่า ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเป็นที่เรียบร้อยแล้วพบว่า มีคลิปเสียงที่เกี่ยวข้องจำนวน 2 คลิปและทราบตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่อยู่ในคลิปเสียงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งคลิปแรก จะเป็นตำรวจยศ ร.ต.อ.และคลิปที่ 2 จะเป็นตำรวจ ร.ต.ท. ทั้งคู่ยอมรับว่าเป็นผู้ที่อยู่ในคลิปเสียงจริง ส่วนประเด็นที่ว่า จะเข้าข่ายความผิดหรือไม่นั้นต้องขึ้นอยู่กับคณะกรรมการสอบสวนหลังจากนี้

ซึ่งในความเห็นส่วนตัวมองว่าการที่ไปให้คำปรึกษาในลักษณะนั้นกับผู้ก่อเหตุหรือผู้ต้องหา ก็ค่อนข้างที่จะไม่เหมาะสมเพราะตนเองอยู่ในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในเบื้องต้นพบว่า 1 ใน 2 คนนี้มีความสนิทสนมกับฝั่งผู้ก่อเหตุด้วย

ส่วนประเด็นที่มีการกล่าวอ้างถึงตนในลักษณะที่ว่าไม่ทราบข้อกฎหมายและทำงานไปตามกระแสนั้นจนขอยืนยันว่าตนเองจบกฎหมายทั้งปริญญาตรีปริญญาโทและเนติบัณฑิต นอกจากนี้ยังเป็นอาจารย์พิเศษ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติผลงานเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งการทำงานของผมเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบ ซึ่งเดี๋ยวเจ้าของเสียงที่อยู่ในคลิปก็จะได้รู้ว่าผมทำงานไปตามระเบียบอย่างไร ซึ่งตนเองก็ทำงานร่วมกับคุณกันจอมพลังหลายรอบซึ่งก็รู้ฝีมือกันอยู่

ผู้สื่อข่าวถึงถามต่อว่าการกระทำในลักษณะดังกล่าวนั้นเป็นการดิสเครดิตผู้กำกับเพื่อให้ฝั่งผู้ปกครองของผู้ก่อเหตุเชื่อถือหรือไม่ ซึ่งทางด้านผู้กำกับก็มองว่าอาจจะเป็นไปได้ เนื่องจาก หนึ่งใน ตำรวจที่อยู่ในคลิปเสียงมีความสนิทสนม กับฝั่งผู้ก่อเหตุ ทั้งนี้ผู้การก็ได้มีการสั่งกำชับมาในเรื่องของ ให้มีการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาเพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

#Thaitabloid #สำนักข่าวไทยแทบลอยด์