ดราม่า ปลุกกระแสคดี”แตงโม”จูงจมูกสื่อเป็นพวก เพื่อหวังประโยชน์อะไรส่วนตนหรือทำความจริงให้ปรากฎจริงหรือไม่.? ต้องรอผลคำพิพากษาถึงที่สุดเท่านั้น

1133
คอลัมน์ เสือซ่อนเล็บ โดย พยัคฆ์น้อย ๑๐๙

อยู่ดีๆกระแสดรามาา คดีของแตงโมกลับกระฉ่อนฟี๊ด ในกระแสโลกโชเชียล แล้วสื่อกระแสหลัก ก็เล่นตาม สร้างฮีโร่ บุคคลเดิมๆ ที่เคยใช้กระสังคมกดดันขบวนการยุติธรรม  ทั้งๆที่คดีนี้อยู่ชั้นศาล ยังไม่ถึงที่สุด แต่กลับถูกหยิบยก มาถกเถียงกัน ทั้งนักวิชาการจริง นักวิชาการปลอม ผลัดกันขย่มกัน อย่างต่อเนื่อง ว่ามีหลักฐานเด็ด หลักฐานใหม่ รวมถึงลงทุนจัดสร้างสร้องคอนเทนต์ เหตุจำลองเหตุการณ์ โดยประกาศรับสมัครสาวสวย เป็นแตงโม ดาราสาวผู้วายชนม์ มีการซ้อมจำลอง แล้วไลด์สด  แล้วยังมีจำลองเหตุการณ์จริง สื่อกระแสหลัก ต่างกระโดดเข้าแจมร่วมกระพื่อข่าวหวังเพิ่มเรตติ้งให้ธุระกิจสื่อของตัวเอง

แต่“พยัคฆ์น้อย”มานั่งทบทวน ตรรกะต่างแล้วกลับมองเห็นสิ่งแปลกๆอยู่หลายๆประเด็น เหมือน คดในอดีต เช่นคดีเกาะเต่า  คดีลุงพล คดีระเบิดแยกราชประสงค์  และคดีเจ้าสัวเปรมชัย (ฆ่าเสือดำ)ล้วนผ่านการดราม่าจากสื่อทั้งสิ้น แต่ความจริงก็ปรากฏให้เห็นในเวลา ต่อมาว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถแสดงพยานหลักฐาน ตามหลักวิชาชีพ ทำให้จำเลยทุกคดีถูกศาลพิพากษาลงโทษ ด้วยเพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจทำสำนวนตามพยานหลักฐานตามข้อเท็จจริงที่มีประกอบเท่านั้น พนักงานสอบสวนไม่สามารถใช้ความรู้สึกส่วนตัว หรือหลักฐานกระแสความรู้สึกจากโลกโซเชียลมานำเสนอต่อศาลได้ 

จริงๆในส่วนพนักงานสอบสวนของพนักงานสอบสวน สามารถนำพยานหลักฐาน  ส่งให้อัยการ แล้วองค์คณะอัยการเห็นชอบมีมติให้สั่งฟ้องต่อศาล  ศาลประทับรับฟ้องก็หมดหน้าที่ตำรวจ ตำรวจเพียงแค่ รอฟังผลการตัดสิน อัยการก็เช่นกัน หากศาลพิพากษายกฟ้อง ก็มีหน้าที่ยื่นคำอุทธรณ์เพื่อให้ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา มีคำพอพิพากษา ถือว่าถึงที่สุด แต่กลุ่มที่ออกมาเคลื่อนใหวกลับแกล้ง ไม่รูั อ้างโน้น นี่นั้นปลุกกระแส

”พยัคฆ์น้อย“คิดว่าเป็นแค่ความโง่ของกลุ่มผู้ออกมาเคลื่อนใหว แล้วไม่รู้ว่าตัวเองโง่ แถมยังดื้อด้วย

ส่วนเหตุที่พยายามปั่นตอนนี้ ก็เพื่อหวังชักจูงใจให้คณะผู้พิพากษาซึ่งกำลังจะตัดสินคดีของตัวเองที่ถูกตำรวจฟ้อง เห็นว่าคดีนี้มีเงื่อนงำลึกลับซับซ้อน เป็นการชักจูงใจนอกศาล ซึ่งคนๆนี้เคยทำสำเร็จมาแล้วในศาลชั้นต้นที่ผ่านมา

สมัยนี้ผู้คนก็ชอบตามข่าวในโซเชียลแล้วใช้ข้อมูลที่ไม่มีใครยืนยันยันได้จริง มาเป็นอิทธิพลด้านความคิดในการตัดสินวินิจฉัยคดีด้วย ตัวคนต้นเหตุที่ออกมาเคลื่อนใหว ก็จับมือกับผู้มากบารมีในแวดวงสื่อเอง ตอนนี้ต้องยอมโกหกทุกเรื่อง เพื่อขอให้รอดคดีครั้งนี้ไปก่อน

ส่วนอนาคตใครจะมาว่าทีหลังว่าสุดท้ายก็ไม่เห็นมีหลักฐานอะไร ก็ไม่เป็นไร เพราะคดีผ่านไปแล้ว นี่คือวิธีการเดินเกมปลุกกระแสแตงโม หรือไม่.? ต้องรอดูคำพิพากษาจากศาลชั้นฎีกาเท่านั้น เป็นพิสูจน์ความจริง เหมือนคดีดราม่าอื่นๆ ที่เคยปรากฏให้เห็นมาแล้ว เชื่อไม่เชื่อมารอติดตามเฝ้ากันต่อไปว่าจริงไม่จริง.?