ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า จากกรณีมีการจับกุม นายวัชรชัย สมีรักษ์ กับพวก รวม 11 คน พร้อมของกลาง เป็นขาสัตว์ จํานวน 4 ขา และอาวุธปืนจํานวนหนึ่ง บริเวณป่าเขาพลู เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าวังใหญ่และ ป่าแม่น้ําน้อย อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี น้ัน

“คดีนี้พนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค ได้รับคําร้องทุกข์ไว้ตามคดีอาญาพร้อมแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหา
คือ น.ส.ศรีวิจิตร ดิษแช่ม ,นายทัศดนัย ขอกระโชก ,นายฉัตรชัย เกาะลอย,นายจิรชัย ตันติวัฒนสิทธิ์ ,ว่าท่ีร.ต.สุนทรมาเจริญรุ่งเรือง,นายสกานต์ แก่งหลวง,นายอนุสรณ์ เรือนงาม,นายประสาน เต็มธนัน,นางอรุณ แสงใส ,นายถาวร เซี่ยงหลิว ,และนายวัชรา ชัยสมีรักษ์ ในความผิดฐานรวม 11 ข้อหา คือ ร่วมกันเก็บหานําออกไปทําด้วยประการใดๆให้เป็นอันตรายหรือทําให้เสื่อมสภาพซึ่งไม้ยางไม้ นํามันยาง นํามันสน แร่ หรือทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ ,ร่วมกันนําสัตว์ออกไปหรือทําด้วยประการใดๆให้เป็นอันตรายแก่สัตว์,ร่วมกันนําเข้ายานพาหนะเข้าออกหรือขับขี่ยานพาหนะในทางที่มิได้จัดไว้เพื่อการนั้นโดย
ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่,ร่วมกันนําเครื่องมือสําหรับล่าสัตว์หรือจับสัตว์หรืออาวุธอื่นใดเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ
โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่,ร่วมกันล่าหรือพยายามล่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองซึ่งมิได้เป็นการกระทําโดยทาง ราชการ ที่ได้รับการยกเว้นฯ
,ร่วมกันมีไว้ครอบครองซึ่งสัตว์ป่าสงวนสัตว์ป่าคุ้มครองซากของสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่า คุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาต, ร่วมกันซ่อนเร้นช่วยพาเอาไปเสียหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งสัตว์ป่าหรือซากของสัตว์ป่าอัน ได้มาโดยการกระทําความผิด,ร่วมกันเก็บหาของป่าหรือกระทําด้วยประการใดๆอันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ
,ร่วมกันมเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดย ไม่ได้รับอนุญาต,ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติด ตัว และไม่มีเหตุเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์
พร้อมของกลาง,อาวุธปืนยาวลูกกรด ขนาด .22 ติดกล้องและกระบอกเก็บเสียง
1 กระบอก,เครื่องกระสุนปืน ขนาด .22,อาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม.,แม็กกาซีน พร้อมเครื่องกระสุน 9 มม.
,เครื่องกระสุน ขนาด 5.56 มม.,ไฟฉายคาดหัว,มีด,และอื่นๆอีกหลายรายการ”

พล.ต.อ.ศรีวราห์ เปิดเผยอีกว่า หลังจากที่ ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธนา ชูวงศ์ รรท.ผบช.ภ.7 ให้สั่งการให้คณะ พนักงานสืบสวนสอบสวน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.กาญจนบุรี เข้าทําการตรวจสถานที่ เกิดเหตุบริเวณต่าง ๆ ที่กลุ่มผู้ต้องหาได้ทํากิจกรรมในเขตอุทยาน เพื่อเก็บวัตถุพยานที่เกี่ยวข้อง อย่างละเอียด

โดยล่าสุดวันนี้ได้รับรายงานว่า จากการตรวจสอบพบวัตถุพยานเพิ่มเติมยังพบชิ้นส่วนกรามล่างของสัตว์ป่าขนสีดํา,เศษชิ้นเนื้อ,กระป๋องเบียร์เปล่า,มีดอีโต้,เขียงไม้ และหม้ออลูมิเนียม บริเวณเรือนที่พักผู้มาทําบุญ สํานักสงฆ์เหมืองเต่าดํา,พบขวดน้ําพลาสติกบรรจุปลอกกระสุนปืนขนาด.45,9 มม.จํานวนหนึ่งและเศษถุงพลาสติก บริเวณที่เจ้าหน้าที่สกัดจับกลุ่มผู้ต้องหา นําส่งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และสัตว์แพทย์ ดําเนินการตรวจพิสูจน์ในส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจากการสืบสวน สอบสวน ขยายผล ทราบว่า น.ส.ศรีวิจิตร และ นายทัศดนัย ต่างพกพา อาวุธปืนเข้าไปในที่เกิดเหตุ โดยซุกซ่อนไว้ในรถยนต์กระบะที่นายทัศดนัยขับขี่ แต่ขณะเจ้าหน้าที่เข้าทํา การตรวจค้น ไม่พบอาวุธปืนดังกล่าว โดยเมื่อผู้ต้องหาถูกนําตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค ได้ให้ ด.ช.เอ (นามสมมติ) ซึ่งมาเยี่ยมผู้ต้องหา นําอาวุธปืนดังกล่าวกลับไปไว้ที่บ้านพัก จึงแจ้งข้อกล่าวหากับ ด.ช.เอ ว่า “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืน ไปใน เมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว และไม่มีเหตุเร่งด่วนตาม สมควรแก่พฤติการณ์” โดยพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค ได้รับคําร้องทุกข์ไว้ตามคดีอาญาที่ 374/2561 ลง 9 ต.ค.61 พร้อมยึดอาวุธปืนพกสั้น ขนาด .38 จํานวน 1 กระบอก และขนาด 11 มม. จํานวน 1 กระบอก ไว้เป็นของกลางในคดีเพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
“พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าว”