ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท.ในฐานะรองหัวหน้าชุดป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ นำกำลัง เจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน( ปปง. )พร้อมหมายศาลเข้ายึดทรัพย์ 7 จุด ของนายทุนเงินกู้นอกระบบ 5 ราย ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ มูลค่ากว่า 80 ล้านบาท จุดแรก บริษัทเอกชัย กาฬสินธุ์ จำกัด ในอำเภอเมือง เป็นอาคารพานิชย์ 2 ชั้น ประกอบกิจการฟิโกไฟแนนซ์ ให้กู้ยืมเงินและสินเชื่อทุกประเภท ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า เป็นการประกอบกิจการบังหน้า เพื่อปล่อยกู้ในอัตราที่เกินกว่าดอกเบี้ยกำหนด รวมทั้งมีการทำนิติกรรมอำพราง ยึดโฉนดชาวบ้านเป็นของตัวเอง ปฏิบัติการจุดนี้สามารถยึดทรัพย์ได้รวมมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท

จุดที่สอง เข้ายึดทรัพย์ร้านทองจิ่นเซีย ของนางบุศรินทร์ ธนกุลอนันต์ ในพื้นที่อำเภอเมืองเช่นเดียวกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่า เจ้าของร้านทอง
มีการทำนิติกรรมอำพราง นำโฉนดของชาวบ้านบางราย ไปยื่นกู้กับธนาคารพาณิชย์ ก่อนนำเงินมาปล่อยกู้ให้กับชาวบ้านในอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งที่ตั้งของร้านทองปัจจุบัน ก็เป็นที่ดิน ที่มีการยึดมาจากชาวบ้านในพื้นที่

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังมีการกระจายกำลังเข้าตรวจยึดทรัพย์สินในอีก 5 จุด พื้นที่ อำเภอสมเด็จ และอำเภอกุฉินารายณ์ ด้วย

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่าพฤติการณ์ของนายทุนเงินกู้นอกระบบ มี 2 รูปแบบ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะเป็นลักษณะของการปล่อยกู้รายวัน และใช้แก๊งหมวกกันน็อควิ่งเก็บเงิน ส่วนในต่างจังหวัด จะใช้วิธีการปล่อยกู้ในลักษณะการทำนิติกรรมอำพราง โดยนำโฉนดที่ดินมาวางไว้ พร้อมให้เซ็นสัญญาเปล่า ในลักษณะของการจำนองและทำขายฝาก ก่อนยึดทรัพย์เป็นของตัวเอง ซึ่งทั้ง 2 รูปแบบชาวบ้านต้องชำระดอกเบี้ยสูง เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

ทั้งนี้ในจังหวัดกาฬสินธุ์ นั้น เจ้าหน้าที่สามารถสามารถยึดคืนโฉนดที่ดินจากนายทุนเงินกู้นอกระบบ ได้จำนวน 947 โฉนด เนื้อที่ 4,000 กว่าไร่ มูลค่า 1,980 ล้านบาท

ซึ่งวันพรุ่งนี้พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะเดินทางลงพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อคืนโฉนดที่ดินให้กับชาวบ้าน ซึ่งเป็นโฉนดที่ดิน ที่ผ่านการเจรจาในรูปแบบคณะกรรมการของจังหวัด และชำระหนี้ตามข้อตกลงเรียบร้อยแล้ว