นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวติดตามทวงถามการทำงานของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ต่อ การตรวจสอบ 4 คดีทุจริต ได้แก่

1. คดีสินบนโรลสรอยล์ข้ามชาติ

2.เรื่องฝายแม้วยุคทักษิณ

3. เรื่องโบอิ้งการบินไทย กรณีธนาคารกรุงไทยจะปล่อยกู้ซื้อเครื่องบิน 1 แสนล้าน และ

4. ติดตามทวงถามเรื่องคดีรถหรูหนีภาษี

นายวัชระ กล่าวว่า คดีโรลส์-รอยซ์นั้น ศาลสหราชอาณาจักร มีคำพิพากษาไปนานร่วมปีแล้วว่ามีการติดสินบนให้เจ้าหน้าที่จากไทยจริง และ ปปช. ก็ได้รับเรื่องมา จนมีการตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนนานเกือบ 2 ปี แต่กลับไม่มีความคืบหน้าในการทำงาน ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ก็เคยระบุว่ามีข้อมูลเรื่องนี้ แต่ก็เงียบหาย จึงต้องการให้รัฐบาลเปิดเผยรายชื่อผู้ทุจริตต่อสาธารณะ

นายวัชระ กล่าวด้วยว่า ส่วนคดีฝายแม้ว คณะรัฐมนตรี (ครม.) รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อนุมัติงบกว่า 770 ล้านบาท เพื่อสร้างฝาย แต่พบว่ามีการส่อทุจริต และหักค่าหัวคิวกว่าร้อยละ 50 ซึ่ง ป.ป.ช. รับเรื่องมาตรวจสอบนานกว่า 5 ปี แต่กลับมีเพียงการตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนที่ไม่พบความคืบหน้าเช่นเดียวกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ไม่คืบหน้าเช่นกัน จึงสงสัยว่าขณะนี้ทั้งสองหน่วยงานตรวจสอบคดีไปถึงขั้นตอนไหน มีการใช้อิทธิพลทางการเมืองเข้าไปแทรกแซงหรือไม่ เหตุใดจึงยังทำงานไม่เสร็จ

“นอกจากนี้ยังมีกรณีรถหรูที่ลักลอบนำเข้ามาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2556 ที่มีมูลค่าความเสียหายกว่า 9,000 ล้านบาท โดย ดีเอสไอ และป.ป.ช. ได้รับเรื่องไว้ และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ก็ตั้งคณะกรรมการประสาน และเร่งรัดการดำเนินคดีระหว่างประเทศเข้าไปตรวจสอบ แต่จนถึงปัจจุบันผ่านมากว่า 5 ปีแล้วก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ” นายวัชระ กล่าว

นายวัชระ กล่าวอีกว่า สุดท้าย คือ กรณีที่การบินไทยเตรียมจะจัดซื้อเครื่องบินอีก 23 ลำ วงเงินกว่า 100,000 ล้านบาท ซึ่งผลผูกพันติดอยู่กับภาษีประชาชนอย่างปฏิเสธไม่ได้ อีกทั้งมีการท้วงติงจากคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ให้กลับไปทบทวนการซื้อเครื่องบินใหม่ 

“เชื่อว่าจะมีการจัดซื้อแน่นอน เพราะบอร์ดของธนาคารรายหนึ่ง พร้อมให้เงินกู้กับการบินไทยในการจัดซื้อ แต่ก็ขอเตือนให้กลับไปดูคดีปล่อยกู้ให้เครือกฤษดามหานคร และ การขุดดินของธนาคารกรุงไทย และดินที่ขุดได้ที่รัฐสภาแห่งใหม่เสียก่อนจะดีกว่า” นายวัชระ กล่าว