นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน อดีตส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊ค กล่าวถึงการบริหารงายภายใต้รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยระบุว่า “#พศ2504ผู้ใหญ่ลีตีกลองประชุม ชาวบ้านต่างมาชุมนุมฟังผู้ใหญ่ลีเล่าให้ฟังถึงเรื่องที่ทางการสั่งให้ชาวบ้านเลี้ยงเป็ดและสุกร แล้วก็ได้ความจากผู้ใหญ่ลีว่า #สุกรนั้นไซร้ก็หมาน้อยธรรมดา

57ปีผ่านไป การกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นกำหนดทิศทางของตัวเองก็ย้อนกลับมาสู่การสั่งการจากศูนย์กลางอำนาจ เพียงแต่เปลี่ยนผู้นำจากชื่อ“ป.”มาเป็น“ตู่”แนวคิดเรื่อง 4.0 หรือเรื่องไทยนิยมยั่งยืน เมื่อข้อมูลรายละเอียดลงไปถึงชาวบ้านแล้ว ความเข้าใจจะยังตรงกับแนวคิดนโยบายตั้งต้นหรือไม่ผมไม่แน่ใจ

ปัญหาวันนั้นกับวันนี้อาจจะต่างกันตรงที่ ปี2504 ชาวบ้านไม่หือไม่อือ ก็เลี้ยงหมาแทนสุกรกันไป แต่วันนี้ #กันยายน2561 ชาวบ้านเขากำหนดทิศทางให้ตัวเอง แต่เจ้าหน้าที่รัฐตามเขาทันหรือไม่ผมยังสงสัย ดูตัวอย่างจากทั้งเรื่อง grab online sale&marketing การตีความกฏหมายที่ไม่ทันกับเทคโนโลยี วิถีชีวิต องค์ความรู้ที่เปลี่ยนไป ที่ถือเป็นความล้าหลังวิ่งตามไม่ทันทิศทางการพัฒนาของโลก

ผมยกตัวอย่าง 2 เรื่องง่ายๆ ที่ทำให้เห็นว่า การสั่งการจาก“ป.สู่ผู้ใหญ่ลี” ก็เหมือนภาพสะท้อนจาก “ตู่สู่ระบบราชการไทย” ที่ไม่เปลี่ยนแปลงแม้เวลาจะล่วงมากว่าครึ่งศตวรรษ โดยอุปสรรคสำคัญที่ทำให้มันเหมือนภาพซ้ำคือกรอบของระบบราชการ

เรื่องแรก แบบสนามบินสุวรรณภูมิที่ดีที่สุดอาจจะไม่ได้ถูกนำมาใช้เพราะวิธีคิดภาครัฐคือ “เอกสารไม่ครบ” โดยไม่คิดจะหาทางออกอื่นที่ให้ประโยชน์แก่ประชาชนผู้ใช้งาน แต่ไปยึดระเบียบเป็นสรณะเพื่อให้ตัวเองไม่ต้องมีปัญหาถูกสอบถูกร้องในภายหลัง โดยอ้างความเป็นธรรมในการแข่งขันเป็นหลัก

เรื่องที่สอง ความพยายามจากหลายๆหน่วยงานระดับท้องถิ่นที่ขอแบ่งเพิ่ม ตำบล อำเภอ หรือแม้แต่จังหวัด คิดง่ายๆ เมื่อก่อนเราไปทำบัตรประชาชน ทะเบียนบ้านใบขับขี่ พาสปอร์ต หรือเอกสารอะไรก็ตาม เราใช้เวลา 7-30วัน ปัจจุบันเราใช้เวลากับเอกสารพวกนี้แทบจะไม่ถึง1ชั่วโมง ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้น และแน่นอนว่าด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้นย่อมทำให้การบังคับบัญชา การประสานงานภายในต่างๆ เป็นไปได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าวิธีคิดของหน่วยงานราชการยังเอาจำนวนประชากรหารด้วยจำนวนข้าราชการตะพึดตะพือ เพื่อให้ได้จำนวนที่เหมาะสมมันก็ต้องเพิ่มท้องที่ แบ่งเขตอำเภอ จังหวัดกันใหม่อยู่ตลอดล่ะครับ เพราะประชากรมันเพิ่มตลอด

แต่ถ้าคิดแบบ4.0 เอาเทคโนโลยีมาใช้งานเพื่อทำให้ได้ประสิทธิภาพสูงขึ้น คนทำงานเหนื่อยน้อยลง การพัฒนาในหน่วยงานราชการก็จะแข่งขันกันในเชิงคุณภาพมากขึ้น เรื่องพวกนี้ย้อนไปเกือบ60ปี”ป.และลี”คงไม่เข้าใจ แต่ผมว่าข้าราชการส่วนหนึ่งเขาคิดและเข้าใจ และถ้า”ตู่”เข้าใจและไม่เที่ยวสั่งงานแบบรู้ทุกเรื่อง เก่งทุกอย่าง เข้าใจโลกทั้งใบแบบที่ผู้ใหญ่ลีเข้าใจว่า #สุกรนั้นคืออะไร ผมว่าก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี

ไหนๆท่านก็บอกแล้วนี่ครับว่าอะไรที่รัฐบาลเลือกตั้งทำไม่ได้ท่านทำได้ อะไรที่รัฐบาลที่ผ่านมาไม่ทำท่านจะทำ ลองปรับ mindset ระบบราชการซะใหม่ ทำยังไงให้ราชการเป็น “ข้า” ของราษฎรให้ได้จริงๆ เสียที ผมว่าทำได้อย่างนี้นะ ท่านจะอยู่ทำเรื่องอื่นๆ ให้ดีขึ้นได้อีกเยอะ

ทำยังไงก็ได้เมื่อ #ตีกลองประชุม แล้วนั่งฟังชาวบ้านเขาพูดแล้วเอาไปทำ ไปเตรียมความพร้อมให้เขาแทนการตีกลองแล้วพูดสั่งให้เขาไปทำอะไรอย่างที่ท่านทำอยู่ทุกวันศุกร์
ถ้าท่านทำอย่างที่ผมว่านี่ได้ ท่านอยู่ไปเถอะครับ #ผมไม่รีบ