ศึก สว.รอบ2คำผรุสวาทว่อน ตระบัดสัตย์-หักหลัง-ถูกต้ม แฉผู้ผงาดล้วนมีคะแนนจัดตั้ง (1)

733


         การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา(สว.)สูตรพิสดาร รอบ 3 ในวันที่ 26 มิถุนายน ได้ไปต่อ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์วินิจฉัยว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสว.61 ไม่ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ  ตามที่มีผู้สมัครระดับอำเภอขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย


        ก่อนหน้านี้”จอมมารน้อย”บอกว่าจะเสาะหาบรรยากาศการเลือกรอบที่ 2 ในวันที่ 16 มิถุนายน มาเล่าขานให้ผู้อ่านได้รับรู้
        ขอเริ่มจากบรรยากาศก่อนที่จะถึงวันเลือกตั้งมีเวลาแค่ 6 วัน ผู้สมัครรายหนึ่งเล่าว่าเป็นห้วงเวลาที่คึกคักสำหรับกลุ่มของผู้สมัคร เพราะเป็นช่วงแห่งการดิว หลายคนก่อนสมัครเข้ามาเพียงแค่ทำหน้าที่โหวตเตอร์ให้ผู้สมัครที่เป็นเป้าหมายของกลุ่ม แต่พอมีโอกาสหลุดเข้ามาเป็นตัวแทนเขตหรืออำเภอ เริ่มเห็นช่องทางว่าตัวเองมีโอกาสไปต่อได้ เปลี่ยนท่าทีจากโหวตเตอร์มาเป็นตัวจริง ส่งผลให้เสียงในกลุ่มแตกเป็นเสี่ยง

   “บรรยากาศการดิวเริ่มคึกคัก แกนกลุ่มจัดตั้งต้องกลับมาประเมินสถานการณ์ใหม่ เน้นคัดตัวเลือกสำคัญเพียง 2 คน ให้โหวตเตอร์เทคะแนนให้ ส่วนผู้สมัครที่แตกกลุ่มมาจะวิ่งดิวหาแนวร่วมให้มาซึ่งคะแนนเสียง บางคนถึงขั้นเปิดโรงแรมใกล้สถานที่เลือกตั้งนอนค้างคืนก่อนถึงวันเลือกมุ่งหวังจะจับดิวหรือขอคะแนนกัน”ผู้สมัครระบุ และว่าบรรยากาศการดิวเป็นไปอย่างคึกคักจนนาทีสุดท้ายก่อนที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ประจำหน่วยจะเรียกแต่ละกลุ่มเข้าห้องเลือกตั้ง

      ผู้สมัครอีกคนเล่าว่า มาแบบเดี่ยวๆเพราะพอมีชื่อเสียงและลูกศิษย์อยู่บ้าง แต่ก่อนถึงวันเลือกตั้งได้มีการหารือเพื่อจะผลักดันให้ใครก็ได้มีศักยภาพพอที่จะไปต่อในระดับประเทศได้ จึงทำสัญญาใจกันไว้ แต่เวลาผ่านไปไม่ทันข้ามคืนกลายเป็นดิวแตก สุดท้ายพอถึงเวลาเลือกได้แค่ 2 คะแนนคือคะแนนตัวเองกับคะแนนบัดดี้ที่สัญญากันไว้ ซึ่งบรรยากาศก่อนเข้าห้องประชุมที่กกต.จัดไว้เริ่มได้ยินเสียงบ่นเป็นคำผรุสวาทออกมาแล้วว่าถูกหักหลัง ตระบัดสัตย์ โดนต้ม โดนหลอกลวง บางคนถึงกับสบถคำหยาบออกมา

  ผู้สมัครอีกคนเล่าว่า ขณะนั่งรอเพื่อจะลงคะแนนภายในกลุ่ม การดิวแบบเงียบๆยังดำเนินการต่อ จนกระทั่งประธานการเลือกตั้งประกาศเปิดให้มีการลงคะแนนอย่างเป็นทางการ เจ้าหน้าที่ในห้องประชุมให้ผู้สมัครออกไปแสดงตัวพร้อมรับบัตรเลือกตั้ง ลงคะแนน ใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ฯปิดการลงคะแนน พร้อมเปิดหีบนับคะแนน

 “ใช้เวลาไม่นานการนับคะแนนจบลง ผลคะแนนภายในกลุ่มปรากฏว่าผู้ชนะภายในกลุ่มเบอร์1และ 2 ได้คะแนนเกือบ 20 คะแนน  ทิ้งห่างอันดับที่ 3 4 และ 5 กว่า 10 คะแนน ระหว่างนั้นมีเสียงบ่นของผู้สมัครที่พลาดหวังออกมาว่าคงจัดตั้งมาแน่นอน เพราะคนมีความรู้ระดับนี้ยอมเสียเงิน 2,500 บาทมาแต่ไม่ยอมเลือกตัวเองกกลับเลือกคนอื่น”ผู้สมัครคนเดิมระบุก่อนทิ้งท้ายว่า ผลออกมาแบบนี้ไม่แน่ใจว่าจะขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ?

   ผู้สมัครอีกรายบอกว่าหลายกลุ่มมีการประท้วงกันพอหอมปากหอมคอ เพราะรู้สึกผิดหวังที่ตัวเองได้คะแนนไม่เป็นไปตามที่มีการสัญญากันไว้พร้อมคำสบถและบ่นอุบว่าถูกหักหลัง โกหกกันหน้าด้านๆ เพียงเพื่อให้ตัวเองได้รับชัยชนะ โดยไม่รักษาสัจจะ หากพวกนี้หลุดเข้าไปทำงานระดับชาติคงจะไร้สัจจะและมุ่งหวังเพื่อประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าประเทศชาติอย่างแน่นอน

   “คำว่าไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวรในกลุ่มนักการเมืองมีอยู่จริงและคงจะเป็นแบบนี้ตลอดไป ทำให้เกิดความรู้สึกว่าตัวเองไม่เหมาะที่จะเล่นการเมืองจริงๆ เพราะรักษาสัจจะเกินไป คำว่าไม่มีสัจจะในหมู่โจรน่านำไปใช้ได้ในกลุ่มนักการเมืองได้เช่นกัน”ผู้สมัครสว.ที่พลาดหวังระบุ

  บรรยากาศเหล่านี้เกิดขึ้นจริงกับการเลือกตั้งสว.ด้วยสูตรพิสดารหนึ่งเดียวในโลก คนดังบางคนที่พลาดหวังบอกว่าคันปากมาอยากแฉ อยากให้ทบทวนดูว่าก่อนจะมาลงสมัครได้สังกัดกลุ่มใดหรือไม่ ถ้าสังกัดกลุ่มมาต้องทบทวนดูว่าจัดตั้งมาหรือไม่ ถ้าจัดตั้งมาก็เลิกความคิดนี้เสียเถอะเพราะเป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจพอๆกัน ระหว่างเขียนต้นฉบับพอทราบผลที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ออกใบรับรองผลการเลือกตั้งตัวแทนระดับจังหวัดเรียบร้อยแล้ว เพื่อเป็นใบเบิกทางเพื่อไปชิงตำแหน่ง สว.ในวันที่ 26 มิถุนายนนี้

 ในช่วงที่ใกล้ถึงวันจริงการดิวระหว่างกลุ่มคงเกิดขึ้นอย่างดุเดือด เพราะมีข่าวสะพัดว่ามีกลุ่มการเมืองหลายกลุ่มเตรียมเงินไว้หลักหลายสิบล้านเพื่อการดิวไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว บรรยากาศจะเป็นอย่างไรจะเสาะหาข้อมูลมาเล่าสู่กันฟังในตอนหน้า

สำหรับการเลือกตั้ง สว.สูตรพิสดารในรอบที่สองเป็นไปในแนวทางเดียวที่สรุปไว้ว่าเป็นทฤษฏี 2 ด.คือดิวกับดวง ถึงจะเข้าวินได้ !!