รศ.ดร.สุวินัย ภรณวลัย อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว กล่าวถึงความสำคัญของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยระบุว่า ” ยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมส่งออกด้วยการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่ออกแบบไทยโดยเทคโนแครทไทยตั้งแต่เมื่อสามสิบปีก่อน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจไทยโตอย่างต่อเนื่องมาจนทุกวันนี้ จนกระทั่งบัดนี้ประเทศไทยได้รั้งท้ายใน”กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมใหม่ของเอเชีย”คือ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฮ่องกง เกาหลีใต้ จีน ไต้หวัน ไทยได้แล้ว

ปัจจุบันบริบทโลกในการพัฒนาเศรษฐกิจเปลี่ยนไปจากเดิมมากแล้ว การมียุทธศาสตร์ใหม่ อีก 20 -30 ปีเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง

ยุทธศาสตร์ประเทศ เป็นเรื่องของทิศทางกว้างๆว่าประเทศจะมุ่งไปในทิศทางไหน มิได้มุ่งในเรื่องกำหนดรายละเอียดตั้งแต่แรก ซึ่งจะทำให้ไม่ยืดหยุ่น

15 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเสียหายเยอะมาก จากการพัฒนาแบบทุนนิยมสามานย์ ที่กลายพันธุ์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจแบบฟองสบู่และนโยบายประชานิยมที่สุดโต่งอย่างสิ้นคิด

ยุทธศาสตร์ประเทศหลังจากนี้ จึงต้องออกแบบป้องกันมิให้เกิดหายนะจากนโยบายประชานิยมแบบสิ้นคิดอีก เพราะอาจทำให้ประเทศล่มจมเหมือนเวเนซูเอลาได้ อีกทั้งยังต้องขจัดการคอรัปชั่นอย่างจริงจังและการทำลายสิ่งแวดล้อมที่เป็นผลพวงของทุนนิยมสามานย์ให้ได้เหมือนประเทศจีนด้วย

นี่คือส่วนหนึ่งของทิศทางของยุทธศาสตร์ 20 ปีของประเทศหลังจากนี้ รวมทั้งการปฏิรูประบบราง และระบบขนส่งมวลชนซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ

โดยที่ในปี 2566 หรืออีกห้าปีข้างหน้า ระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานครจะเสร็จสมบูรณ์อย่างจับต้องได้

บทวิจารณ์ของอาจารย์สุรชาติ บำรุงสุขเรื่อง “ยุทธศาสตร์ผิด ประเทศพัง : อนาคตแห่งความล้มเหลวของประเทศไทย” จึงคลาดเคลื่อน ไม่ตรงเป้า เพราะดูแค่มิติเดียวเท่านั้น

จุดอ่อนที่สุดในบทความนี้ของ อ. สุรชาติ คือมองข้ามเจตนารมย์ของชนชั้นกลางไทยในทฤษฎี สองนคราของอาจารย์อเนก เหล่าธรรมทัศน์ และละเลยพลวัตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมาจนสามารถเข้าไปอยู่ในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมใหม่ของเอเชียได้แล้ว แม้จะรั้งท้ายก็ตาม”

ยุทธศาสตร์ประเทศเป็นสิ่งจำเป็น / สุวินัย…

โพสต์โดย Suvinai Pornavalai เมื่อ วันศุกร์ที่ 3 สิงหาคม 2018