นายพิชัย นริพทะพันธุ์ แกนนำพรรคเพือไทยและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ตามที่ถูกเรียกตัวครั้งที่ 11 โดยมีหมายเรียกจาก บก. ปอท. และได้ให้ นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย เข้าพบ เจ้าพนักงาน บก. ปอท. เพื่อเลื่อนการเข้าพบเป็นวันที่ 16 สิงหาคม เวลา 13:00 น แล้วนั้น นายพิชัย ยืนยันจะไปตามที่นัดหมายอย่างแน่นอน

นายพิชัย กล่าวต่อว่า จากข้อมูลเบื้องต้นทราบว่ามี 2 เรื่อง เรื่องแรกเป็นรูปปกนิตยสาร ไทม์ ที่มีรูปพลเอกประยุทธ์ และมีข้อเขียนในเชิงว่าถูกแบนห้ามขาย ซึ่งตนไม่ได้ทำขึ้นเอง แต่เป็นรูปที่กระจายอยู่ในสังคมออนไลน์ทั่วไปอยู่แล้ว โดยมีคนจำนวนมากอยากซื้อนิตยสารไทม์ฉบับนี้แต่หาซื้อกันไม่ได้ในประเทศไทย โดยตนเห็นรูปจึงนำมาแชร์โดยสุจริตใจ และต่อมารัฐบาลก็ได้ปฏิเสธไปแล้ว อีกเรื่องหนึ่งเป็นรูปที่มาจากการสัมมนาทางวิชาการที่สมาคมนักข่าวฯ จัดโดย คณะกรรมการญาติวีรชนเดือนพฤษภาคม 35 ในหัวข้อ “พรรคการเมืองกับแนวทางการสามัคคีปรองดองแห่งชาติ” ซึ่งมีการพูดถึงการดูด สส. ที่อาจจะทำลายความปรองดองได้ โดยตนได้แสดงความเห็นในทางวิชาการตามที่ได้ยินมาจากบุคคลต่างๆ และ จากสื่อทั่วไปที่ได้นำเสนอแล้ว โดยตนไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้ดูด ซึ่ง คสช. ไม่น่าจะเป็นผู้เสียหายเพราะ คสช. ปฏิเสธ เองว่าไม่ได้ดูด สส. ดังนั้น จึงไม่น่าจะมาฟ้องตนได้ ถ้าหากฟ้องตนก็แสดงว่า คสช. เป็นผู้ดูด สส. เองใช่หรือไม่

นายพิชัย กล่าวอีกว่า ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวทำให้ตนไม่แน่ใจว่าที่ฟ้องร้องตนนี้เพื่อต้องการให้ตนหยุดพูด และ หยุดแสดงความคิดเห็น เหมือนที่ตนถูกเรียกทุกครั้ง ใช่หรือไม่ หรือเพราะตนพึ่งกลับจากกรุงลอนดอน แล้วมาพูดถึงแนวคิดใหม่ของนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่จะเป็นที่นิยมของประชาชนอย่างกว้างขวาง จึงพยายามไม่ให้ตนพูด เพราะตนได้รับหมายเรียกทันทีหลังจากที่พูดถึงเรื่องนโยบาย พร้อมกับพลเอกประยุทธ์เองก็ได้ออกมาปรามเรื่องการสัญญาในนโยบายของพรรคการเมืองให้ระมัดระวังเรื่องกฏหมายและงบประมาณ

“จึงอยากบอกพลเอกประยุทธ์ว่าไม่ต้องเป็นห่วง เพราะนโยบายของพรรคเพื่อไทยจะต้องผ่านกรอบคิดมาอย่างดี ขอเพียงอย่าปิดกั้น ประชาชนจะได้รับความสุขอย่างแน่นอน และประเทศจะยิ่งกัาวหน้ากว่าปัจจุบันมาก” นายพิชัย กล่าว