พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ตามที่ปัจจุบัน มีการนำเสนอเรื่องร้องทุกข์ของทหารผ่านโซเชียลเดียมากขึ้นนั้น ถือเป็นวิวัฒนาการของเทคโนโลยีการสื่อสารที่สังคมสามารถรับรู้ความจริงได้เร็วขึ้น ซึ่งที่ผ่านมา กองทัพ ได้นำข้อมูลดังกล่าว มาใช้เป็นหลักฐานประกอบข้อเท็จจริงในการสอบสวน เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยมิได้เพิกเฉย

สำหรับการร้องทุกข์ของทหารทุกระดับนั้น ในหลักการเปิดช่องให้สามารถกระทำได้ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยวินัยทหาร พ.ศ.2476 ซึ่งการปกครองบังคับบัญชาทหารและการดำรงรักษาวินัย ผู้บังคับบัญชาบางคน อาจใช้อำนาจในทางที่ผิดยุติธรรม ผิดกฎหมาย หรือผิดแบบธรรมเนียมทหาร มีผลให้ผู้ร้องทุกข์ไม่ได้รับประโยชน์ หรือสิทธิที่ควรจะได้รับ โดยหากไม่ทราบว่าตนได้รับความเดือดร้อนจากผู้ใด ให้ร้องทุกข์กับผู้บังคับบัญชาโดยตรง หรือ หากได้รับความเดือดร้อนจากผู้บังคับบัญชาตนเอง ให้ร้องทุกข์กับผู้บังคับบัญชาสูงถัดขึ้นไป

ทั้งนี้ภาย 15 วัน หากยังไม่ได้รับการชี้แจง ให้สามารถร้องทุกข์ต่อผู้บังคับบัญชาสูงถัดไปเป็นลำดับอีก เพื่อการสั่งการไต่สวนและแก้ความเดือดร้อน ทั้งนี้ ได้กำหนดไว้ชัดเจนให้ผู้บังคับบัญชาที่ได้รับเรื่องร้องทุกข์ จะเพิกเฉยไม่ได้เด็ดขาด ต้องรีบไต่สวนแก้ไขความเดือดร้อน และชี้แจงโดยเร็ว หากเพิกเฉยนับว่ากระทำผิดต่อวินัยทหาร หรือ หากการร้องทุกข์อันเป็นเท็จ ผู้ร้องทุกข์ ต้องมีความผิดต่อวินัยทหารเช่นกัน

นอกจากนั้น กระทรวงกลาโหมและทุกเหล่าทัพ ได้จัดตั้ง “ศูนย์รับเรื่องราวร้องเรียนร้องทุกข์” ในทุกส่วนราชการ สำหรับประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยสามารถทำการร้องทุกข์ได้ตลอดในเวลาราชการ ซึ่งกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะดำเนินการต่อเนื่องทันที และจะดำรงการติดต่อจนถึงแจ้งผลการไต่สวนเมื่อได้ข้อยุติ ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมไม่มีนโยบายปกป้องกำลังพลที่กระทำผิดในทุกกรณี โดยจะดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญา หากเกี่ยวข้อง

ขอยืนยันว่า กระทรวงกลาโหม ให้ความสำคัญกับกระบวนการเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ที่ได้รับ จนได้ข้อยุติในทุกเรื่อง และขอให้เชื่อมั่นในสถาบันกองทัพ ด้วยการนำข้อมูลที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกิจการทหาร ส่งตรงถึงแต่ละเหล่าทัพ ตามช่องทางที่กำหนด เพื่อให้ได้รับข้อมูลข้อเท็จจริงที่ถูกต้องจากกองทัพหรือส่วนราชการของกระทรวงกลาโหมโดยตรง โดยไม่เกิดช่องว่างให้มีกลุ่มบุคคลตัวกลาง นำไปสร้างภาพแอบแฝงและแสวงประโยชน์ บิดเบือน เชื่อมโยงข้อมูลอันเป็นเท็จ สร้างความสับสนให้กับสังคมต่อภาพลักษณ์และเกียรติภูมิของกองทัพ