นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความเฟสบุ๊ค กล่าวถึงระบบรัฐสวัสดิการ โดยระบุว่า “เมื่อวานได้มีโอกาสร่วมงานสองงาน งานแรกคือการพูดคุยผู้ใช้แรงงาน ปราจีนบุรี เพื่อแลกเปลี่ยนเรื่องรัฐสวัสดิการร่วมกับพี่สุนทร และปีกแรงงานพรรคอนาคตใหม่
งานที่สองคือการแลกเปลี่ยนสารคดีชีวิตผู้สูงอายุไทย มีจุดร่วมสองงานที่สำคัญคือ ผมมั่นใจว่าประเทศนี้หากไม่เป็นรัฐสวัสดิการ เราจะไม่เหลืออะไร และชีวิตลูกหลานเราจะแย่ลงอย่างที่เราจินตนาการไม่ถึง

ประเด็นแรกการขยายตัวของ Gig-Economy หรือแรงงานนอกระบบในแพล็ตฟอร์มสมัยใหม่ ที่ผู้ใช้แรงงานเป็นผู้แบกรับความเสี่ยงด้วยตนเอง
‘บางที่ให้เงินเดือน 1000 บาท’ แล้วให้เราอยู่ด้วยค่ากิโลที่วิ่ง-ด้วยการเลี่ยงเป็นการจ้างทำของ
วันไหนขาเจ็บขาเคล็ดขับรถไม่ได้ 1000 บาทคือเงินเดือนที่แท้จริง นี่คือประสบการณ์ของแรงงานที่ปราจีนบุรี

ภาพแบบนี้เกิดขึ้นทั่วไปกับความไม่มีประสิทธิภาพของ กฎหมายคุ้มครองแรงงาน ปัจจุบันแรงงานนอกระบบ 70% ไม่มีการคุ้มครองที่ครบถ้วน ระบบประกันสังคมไม่สามารถครอบคลุมได้

เป็นเหตุที่เราต้องมีรัฐสวัสดิการ ระบบที่ดูแลมนุษย์ทุกคนด้วยสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่สำคัญว่าเขามีชาติกำเนิด นิสัยใจคอ พฤติกรรมอย่างไร

ช่วงเย็นจากปราจีนบุรีผมมาที่ Ware House-เจริญกรุง งานหนังสารคดีชีวิตดีย์ดีย์กลางเมือง-ผู้สูงอายุเราเป็นอย่างไร สิ่งที่เราเห็นคือชีวิตผู้สูงอายุจำกัดมากหากไม่มีเงิน ถูกลดคุณค่าและทางเลือกของชีวิต เรื่องนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน นอกจากหนี้สูง รายได้ต่ำจากการใช้ชีวิต
ประเทศไทยดัชนีคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุอยู่อันดับ 42 จาก 91ประเทศที่สำรวจ อันดับแย่ๆของเราอยู่ที่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สุขภาพ และโอกาสทางสังคมของผู้สูงอายุ

ผู้สูงอายุไม่ใช่อยู่ๆ ก็จน มันมีที่มาที่ไปเสมอ จากการที่ไม่มีสวัสดิการที่ดี ตั้งแต่เราอยู่ในท้องแม่ แม่เราต้องออกจากงาน พ่อเราต้องเป็นหนี้เลี้ยงเรา เราต้องเป็นหนี้เพื่อเรียน และเมื่อทำงานเราก็ได้แต่ใช้หนี้ไปวันๆจนแก่ เกษียณ ไม่มีเงินเก็บ แล้วเราก็ถูกขังไว้กับความสิ้นหวังที่ไม่ได้ทำตามความฝันอะไรเลย
รัฐสวัสดิการแก้ได้ (เรื่องที่มาของเงิน ข้อโต้แบ้งหลายอย่าง สามารถดูได้ในเพจ #ทำไมเราต้องมีรัฐสวัสดิการ)

แต่มีคำถามหนึ่งน่าสนใจและชวนแลกเปลี่ยนตรงนี้ ผู้ฟังเสวนาช่วงเย็นเมื่อวานถามผมว่า
“รัฐสวัสดิการจะสามารถตอบสนองผู้มีความสามารถพิเศษได้อย่างไร หรือระบบโรงเรียนที่ปฏิบัติกับผู้คนอย่างเสมอภาค เท่าเทียมและมีคุณภาพจะสามารถพัฒนาเด็กที่มีพรสวรรค์ได้อย่างไร”

สิ่งที่ผมอธิบายคือ คำว่า ‘พรสวรรค์พิเศษ- Gifted มันเป็นคำประดิษฐ์เรียกผู้ที่มีความสามารถเหนือวัยตัวเอง เหนือชาติกำเนิดปกติ แต่สิ่งเหล่านี้มีความหมายจริงๆ? หรือพรสวรรค์เป็นเพียงมาตรวัดสินค้าในระบบทุนนิยม ความสร้างสรรค์ของโลกนี้ไม่ได้เกิดจากอัจฉริยะของคนหนึ่งคน แต่เกิดจากการที่มนุษย์โดยรวมว่างและมีอำนาจพอที่จะสร้างสรรค์ คนไทยทำงานเฉลี่ย45-50 ชม.ต่อสัปดาห์ เราสร้างสรรค์อะไรไม่ได้แน่นอน อัจฉริยะคือคำประดิษฐ์ของระบบทุนนิยมที่คิดว่ามีปัจเจกชนที่สร้างสรรค์ทุกอย่างได้ เราไม่จำเป็นต้องสร้างหรือสนับสนุนเด็กอัจฉริยะ มันสิ้นเปลืองและสร้างความเหลื่อมล้ำ เราควรสนับสนุนรัฐสวัสดิการเพื่อให้ทุกคนตามความฝันตัวเองได้ นวัตกรรมมันเกิดขึ้นเมื่อสังคมปลอดภัย ไม่ต้องแข่งขันมากเกินไป

คลิปย้อนหลัง

[Live] 18.30 น. เสวนา " ชีวิตวัยหลังทำงาน เราจะอยู่รอดกันอย่างไร "โดย ผศ.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ดำเนินรายการโดย กรรณิการ์ กิจติเวชกุลสถานที่ Doc Club Theater (แวร์เฮาส์ 30 / ถนนเจริญกรุง 30 ).สารคดีจากวงเสวนา1) พุ่งเป้า (พิสุทธิ์ ศรีหมอก / กลุ่มคุณลุงวัยเกษียณที่เล่นปาเป้ากันอย่างจริงจังทุกวัน ด้วยหวังจะคว้าแชมป์ในงานกีฬาผู้สูงอายุ)2) มาตามนัด (วชร กัณหา / ไทยใกล้จะเป็นสังคมผู้สูงอายุ แต่รัฐไร้นโยบายรองรับทั่วถึง หลายคนจึงยังต้องทำงาน บ้างไม่มีลูกหลานดูแล บ้างมีภาวะซึมเศร้า จนต้องหากิจกรรมทำหรือสังสรรค์เพื่อคลายเครียด).#ชีวิตดีดีย์ที่ก(ล)างเมืองfestival #DocnmentaryClub #กลางเมือง #ThaiPBS

โพสต์โดย ก(ล)างเมือง เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม 2018

รัฐสวัสดิการจะทำให้ทุกคนตามความฝันของตนเองได้ ไม่ต้องรอให้แก่ แล้วแบกชีวิตที่เหลือกับความยากจนที่สิ้นหวัง

เพื่ออนาคตใหม่ของเรา”

https://www.facebook.com/sustarum.t/posts/2044467092244426