ชัยนาทโมเดลยกระดับโคเนื้อเพื่อเกษตรกร

136

“รมช.อนุชา” เดินหน้าขับเคลื่อนชัยนาทโมเดล หนุนเลี้ยงโคเนื้อสายพันธุ์ดี “ชัยนาทบีฟ” สร้างมูลค่าเพิ่มวัวต้นน้ำ พร้อมติวเข้มอัพสกิลมาตรฐานฟาร์มโคเนื้อสู่เกษตรมูลค่าสูง

นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรฯ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดการอบรมโครงการพัฒนาและยกระดับฟาร์มโคเนื้อสู่เกษตรมูลค่าสูง พร้อมปาฐกถาพิเศษ เรื่อง ชัยนาทโมเดล : นโยบายสู่การปฏิบัติ โดยมี นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ผู้บริหารและหัวหน้าส่วนราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ แฟนตาซี รีสอร์ท อ.เมือง จ.ชัยนาท ว่า กระทรวงเกษตรฯให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาของเกษตรกร จึงได้ขับเคลื่อนนโยบาย “ชัยนาทโมเดล” เพื่อเป็นจังหวัดต้นแบบด้านการเกษตร โดยหนึ่งในแนวทางที่สำคัญ คือการผลักดันพัฒนาและส่งเสริมเกษตรกรได้มีอาชีพเลี้ยงโคเนื้อ เพื่อเป็นการสร้างแหล่งอาหารโปรตีนที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยให้องค์ความรู้ สนับสนุนแหล่งเงินทุน ใช้ปัจจัยการผลิตในท้องถิ่น ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานสินค้าเกษตร ตลอดจนหาช่องทางการตลาด ให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ลดความเสี่ยงด้านการผลิตและการตลาดจากการผลิตพืชเพียงอย่างเดียว

”ชัยนาทโมเดล มีเป้าหมายให้พี่น้องเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น จากเดิมที่เพาะปลูกพืช ให้หันมาทำปศุสัตว์ เช่น เลี้ยงโค เนื่องจากโคมีผลตอบแทนที่สูงกว่า โดยส่งเสริมการเลี้ยงโคต้นน้ำ ที่กินแต่หญ้า เลี้ยงง่าย เลือกสายพันธุ์ดี แล้วนำมาขุนเพิ่มมูลค่า สร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้น จากเดิมตัวละหลักหมื่น ให้กลายเป็นหลักแสนได้ ซึ่งตลาดโคเนื้อมีแนวโน้มที่จะสามารถต่อยอดไปได้อีกไกล แต่สิ่งสำคัญคือการรักษามาตรฐานฟาร์ม หรือสินค้า ให้มีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย เกิดการยอมรับ สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค เป็นการเพิ่มมูลค่าได้อีกด้วย ผมเชื่อมั่นว่าหากเกษตรกรมีอาชีพเสริม เช่น การเลี้ยงโคเนื้อพันธุ์ดี “ชัยนาทบีฟ” ตามโครงการ “ชัยนาทโมเดล” ที่มีคุณภาพ มาตรฐาน จะสามารถช่วยเหลือเกษตรกรให้หลุดพ้นจากความยากจน หมดหนี้สิน พึ่งพาตนเองได้ และมีฐานะมั่นคง เกิดความภาคภูมิใจในอาชีพเกษตรกร“ นายอนุชา กล่าว

“ชัยนาทบีฟ”พัฒนาสายพันธ์ุโดยกรมปศุสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จ.ชัยนาท ซึ่งเป็นโคเนื้อลูกผสมบราห์มันกับโคเนื้อสายพันธุ์ยุโรป 4 สายพันธุ์ คือ แองกัส บีฟมาสเตอร์ ชาโลเล่ย์ และวากิว ทำให้มีความโดดเด่น ”เนื้อนุ่ม อุ้มน้ำ ไขมันแทรกสูง“ ปัจจุบัน จ.ชัยนาท มีเกษตรกรเลี้ยงโคเนื้อ 3,557 ราย มีโคเนื้อ 58,088 ตัว เป็นเกษตรกรเลี้ยงโคเนื้อสายพันธุ์ชัยนาทบีฟ 320 ราย และเกษตรกรเครือข่าย 711 ราย คิดเป็นผลผลิตโคเนื้อสายพันธุ์ชัยนาทบีฟ เพศผู้ ประมาณ 1,600ตัว/ปี ราคาขายโคเนื้อเพิ่มขึ้น จากเดิม 80 บาท/กิโลกรัม เป็น 110 บาท/กิโลกรัม มีรายได้และความมั่นคงทางอาชีพเพิ่มขึ้น อย่างน้อยคนละ 247,500 บาท/ราย/ปี

โอกาสนี้ นายอนุชาและคณะ เยี่ยมชมฟาร์มโคเนื้อมาตรฐาน ของวิสาหกิจชุมชนฟาร์มเกษตรไร่พัฒนา บริษัท พรีเมี่ยม บีฟ จำกัด อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท โดย รมช.เกษตรฯ ได้กล่าวชื่นชมว่าเป็นฟาร์มต้นแบบในการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า ชูจุดเด่นในการเป็นฟาร์มโคเนื้ออารมณ์ดี และได้รับมาตรฐานฟาร์มในด้านต่าง ๆ ได้แก่ การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices: GAP) ฟาร์มที่มีมาตรฐานการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม (Good Farming Management; GFM) และฟาร์มปลอดโรคปากและเท้าเปื่อย (foot and mouth disease; FMD) เป็นต้น

โครงการพัฒนาและยกระดับฟาร์มโคเนื้อสู่เกษตรมูลค่าสูง เรื่อง การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มโคเนื้อ (มกษ.6400-2555) จัดโดย มกอช. ร่วมกับกรมปศุสัตว์ และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชัยนาท วัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อในจังหวัดชัยนาท ให้มีความรู้ ความเข้าใจเกณฑ์กำหนดของมาตรฐานสินค้าเกษตร ให้เกษตรกรสามารถปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐาน มีความพร้อมในการยื่นขอการรับรองตามมาตรฐาน การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มโคเนื้อ (มกษ.6400-2555) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคในเรื่องคุณภาพ และความปลอดภัยของสินค้า และยังทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อมีศักยภาพเพียงพอในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและพัฒนาอาชีพการเลี้ยงโคเนื้อของตนเองให้เป็นอาชีพที่มีรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน ตามเป้าหมายนโยบาย “ชัยนาทโมเดล”

#Thaitabloid #สำนักข่าวไทยแทบลอยด์