“รมว.ทวี”นำป.ป.ส.หารือจีนร่วมสกัดกั้นสารตั้งต้นผลิตยาเสพติด !!

133

พ.ต.อ.ทวี พร้อมหารือจีน ตั้งมั่นขอพันธมิตรจีนร่วมสกัดกั้นเคมีภัณฑ์สารตั้งต้นไม่ให้เข้าสู่แหล่งผลิตในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ชื่นชมวิทยาการจีนทันสมัย

เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2567 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หัวหน้าคณะผู้แทนไทยเดินทางเยือน กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมด้วย พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. นายจุลพงษ์ ทวีศรี อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม นางสาวดุษฎี โรจตระการ คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และคณะผู้แทนไทยจากสำนักงาน ป.ป.ส. เข้าร่วมเดินทางเพื่อหารือแนวทางนโยบายด้านการควบคุมยาเสพติด และเยี่ยมชมสถาบันตรวจพิสูจน์ยาเสพติดของจีน

ในช่วงก่อนการเดินทาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ นาย Wen Yonggang (เหวิ่น หยงกัง) ที่ปรึกษาและผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจประจำสถานเอกอัครราชทูตจีน ประจำประเทศไทย ได้หารือข้อราชการเบื้องต้นเกี่ยวกับประเด็นที่จะนำไปพูดคุยกับทางการจีน

เวลา 07.00 น. ณ กรุงปักกิ่ง ตามเวลาท้องถิ่น นายจ้าว จงเฉิน รองเลขาธิการคณะกรรมาธิการควบคุมยาเสพติดแห่งชาติ (National Narcotics Control Commission: NNCC) เข้าเยี่ยมคารวะและให้การต้อนรับคณะผู้แทนไทย โดย รมว.ยธ. ได้กล่าวแสดงความยินดีที่ได้เดินทางมาเยือนและในครั้งนี้ตนมุ่งมั่นให้จีนเข้าร่วมมีบทบาทสำคัญในการสกัดกั้นเคมีภัณฑ์และสานตั้งต้นไม่ให้เข้าสู่แหล่งผลิตยาเสพติดสามเหลี่ยมทองคำ

จากนั้นได้เดินทางไปยังศูนย์ข่าวกรองและตรวจพิสูจน์ยาเสพติด (Drug intelligence and Forensic Center: DIFC) และสถาบันวิจัยการติดยาเสพติด The National Narcotics Laboratory (NNL) ทางคณะได้เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ทดลองผลกระทบของสารเสพติดต่อร่างกายของผู้ใช้ยา และห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์เพื่อวิเคราะห์ประเภทของสารเสพติดแต่ละชนิดที่จับกุมได้

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ได้ให้ความสนใจเทคโนโลยีด้านการดำเนินงานตรวจพิสูจน์สารเสพติดในระบบบำบัดน้ำเสีย ซึ่งจีนได้นำมาใช้อย่างดีและลดปัญหายาเสพติดได้อย่างเป็นรูปธรรม และตนอยากให้มีการแลกเปลี่ยนเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์ระหว่างไทย – จีน พร้อมชื่นชมจีน โดยถึงจีนนั้นมีโรงงานขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศมากมาย แต่ก็ยังสามารถควบคุมและลดปัญหายาเสพติดได้ในทุกมิติ

ต่อมา พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. นำคณะผู้แทนไทยข้าร่วมประชุมระดับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ ร่วมกับ NNCC ในประเด็นสถานการณ์ยาเสพติดของไทย – จีน เน้นในเรื่อง 1. ผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับ 2.เคมีภัณฑ์และสารตั้งต้นที่ไม่อยู่ภายใต้อนุสัญญายาเสพติดระหว่างประเทศ 3.ขอผู้เชี่ยวชาญจากจีน และ 4.ความร่วมมือระหว่าง ปปส.ยูนนานกับไทย

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า “ทางการไทยมีนโยบายการลดยาเสพติดของรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยธ. ไทยเคยประกาศสงครามกับยาเสพติดแต่ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้หมด รัฐบาลจึงเปลี่ยนมุมมองว่าผู้เสพคือผู้ป่วย คือเหยื่อไม่ใช่อาชญากร ไทยไม่ใช่แหล่งผลิตยาเสพติด แหล่งผลิตอยู่บริเวณชายแดนรอบข้าง เราจึงพยายามสร้างชุมชนให้เข็มแข็ง ปลุกชุมชนลุกขึ้นมาต่อสู้กับยาเสพติด เช่นเดียวกับจีนที่จัดการกับยาเสพติดได้เด็ดขาด “

ทางการจีนกล่าวว่า ประเทศจีนมีการวางโครงสร้างระบบการควบคุมยาเสพติดและการบังคับใช้อย่างจริงจังและเข้มงวด ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด และที่สำคัญคือนำเทคโนโลยีมาช่วยควบคุม ตั้งศูนย์ Big Data นำมาช่วยในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และนำข้อมูลมากับการบำบัด โดยเฉพาะความร่วมมือที่เรียกว่าชุมชนบำบัด ซึ่งทำให้สถานการณ์ยาเสพติดดีขึ้นเมื่อไม่มีผู้เสพ ก็ไม่มีความต้องการใช้ยาเสพติด โดยในมณฑลยูนนานนั้นให้ความสำคัญกับชุมชนช่วยเหลือเสริมความเข็มแข็ง จนชุมชนจนประสบความสำเร็จในการจัดการยาเสพติดไม่ให้มีการแพร่ระบาด

ทั้งนี้ เลขาธิการ ป.ป.ส. จีนได้เชิญ เลขาธิการ ป.ป.ส. ของไทยเข้าร่วมกิจกรรมคู่ขนาน (SIDE EVENT) ในการประชุมคณะกรรมาธิการยาเสพติด สมัยที่ 67 (Commission on Narcotic Drugs : CND) ณ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย โดยในช่วงเย็น รมว.ยธ. จะเข้าประชุมหารือข้อราชการกับนายหวัง เสี่ยวหง มุขมนตรีแห่งรัฐ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงสาธารณะต่อไป

#Thaitabloid #สำนักข่าวไทยแทบลอยด์