นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทยและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊ค กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศทำหนังสือไปถึงนิตยสารไทม์ ว่า ตามมาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ. ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 กระทรวงการต่างประเทศมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการต่างประเทศ ดังนั้น การที่กระทรวงการต่างประเทศทำหนังสือไปถึงนิตยสารไทม์ (Time) ที่เป็นเอกชน ตำหนิบทความว่ามาจากความคิดที่มีอคติ พร้อมกับยกย่องพลเอกประยุทธ์ว่าจะนำพาประเทศไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่ยั่งยืน แถมยังโกหกว่าคนไทยมักเรียกพลเอกประยุทธ์ว่า “ลุงตู่” เพราะสะท้อนถึงความตรงไปตรงมาและเข้าถึงได้ นั้น ถือเป็นการกระทำที่สมควรถูกประณามเพราะผิดหน้าที่และยังไปยกย่องเผด็จการที่คนทั้งโลกรังเกียจ

นายวัฒนา กล่าวอีกว่า การที่ไทม์เอารูปและเรื่องราวของพลเอกประยุทธ์ไปลงพิมพ์ เกิดจากการให้สัมภาษณ์ของพลเอกประยุทธ์เอง โดยโฆษกรัฐบาลยังเอามาโฆษณาว่านิตยสารระดับโลกให้การยอมรับเอาเรื่องลงและเอารูปขึ้นปก จึงเป็นเรื่องที่พลเอกประยุทธ์เข้าไปเกี่ยวข้องเป็นส่วนตัวแต่ไม่ใช่การปฏิบัติหน้าที่ราชการการของนายกรัฐมนตรี ส่วนการตั้งฉายาว่า “สฤษดิ์น้อย” คือเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น กระทรวงการต่างประเทศที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับ “ราชการต่างประเทศ” จึงไม่มีหน้าที่ทำตัวเป็นทนายหน้าหอแก้ต่างให้กับหัวหน้าเผด็จการที่อยากขึ้นปกนิตยสารระดับโลก

นายวัฒนา กล่าวต่อว่า สิ่งที่กระทรวงการต่างประเทศควรทำคือ แนะนำให้หัวหน้าเผด็จอยู่อย่างเงียบๆ พูดให้น้อยและรีบคืนอำนาจให้กับประชาชน เพราะการยึดอำนาจเป็นเรื่องที่ทั่วโลกรังเกียจ ความพยายามที่จะสร้างภาพว่าได้รับการยอมรับจากนานาชาติโดยเฉพาะมหาอำนาจ จะต้องแลกด้วยผลประโยชน์ของประเทศที่มาจากภาษีของประชาชนเสมอ กระทรวงการต่างประเทศมีหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของชาติและประชาชนไม่ใช่ปกป้องเผด็จการ

“เมื่อมีรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งแล้วระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับอารยประเทศก็จะกลับมาเป็นปกติ กระทรวงการต่างประเทศก็จะมีเรื่องที่เป็นประโยชน์ทำ จำไว้ว่าการปกป้องหรือยกย่องสิ่งที่ทั่วโลกรังเกียจคือการทำให้คนไทยต้องอับอายและเสียเกียรติภูมิ” นายวัฒนา กล่าว

“สะเหล่อ”ตามมาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ. ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545…

โพสต์โดย Watana Muangsook เมื่อ วันเสาร์ที่ 7 กรกฎาคม 2018