กรมสุขภาพจิต จัดแผนช่วยเหลือด้านจิตใจทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี เน้นการป้องกันการเกิดความผิดปกติทางจิตทั้งระยะสั้นและระยะยาว สามารถปรับตัวกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้เช่นปกติ ส่วนครอบครัวเน้นวิธีการเลี้ยงดูที่เหมาะสม พร้อมทั้งวอนสังคมมองเหตุการณ์ติดถ้ำครั้งนี้ในมุมบวกว่าเป็นอุบัติเหตุ เหตุสุดวิสัย ไม่โทษไม่ตัดสินผิด-ถูก และให้ใช้โอกาสสำคัญนี้เรียนรู้ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์กับตัวเองและประเทศชาติ

นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้สัมภาษณ์ เกี่ยวกับการช่วยเหลือด้านจิตใจแก่ทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี 13 คน และครอบครัวหลังเหตุการณ์ติดถ้ำว่า กรมสุขภาพจิตได้จัดแผนการช่วยเหลือ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มของทีมหมูป่าและโค้ชรวม 13 คน จะเน้นการป้องกันไม่ให้เกิดความผิดปกติทางจิตใจทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ทั้งระยะสั้น ระยะยาว อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถปรับตัวกลับมาใช้ชีวิตได้เป็นปกติและมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยจะมีการตรวจประเมินปัญหาสุขภาพจิตเป็นระยะ สอนให้มีทักษะการจัดการความเครียด ส่วนกลุ่มของผู้ปกครอง และญาติ จะเน้นที่แบบแผนและวิธีการดูแลเด็กที่เหมาะสมหลังเหตุการณ์ ซึ่งในระหว่างที่รอเด็กออกมาจากถ้ำ ทีมสุขภาพจิตเอ็มแคทได้มีการเตรียมพร้อม ซักซ้อมทุกครอบครัวถึงแนวทางการดูแลจิตใจเด็ก ซึ่งจะเน้นการใช้คำพูดที่ส่งผลต่อกำลังใจและสภาวะจิตของเด็กทุกคน

ทางด้านนายแพทย์ธรณินทร์ กองสุข ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสวนปรุง จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ติดถ้ำนี้ อยากวอนให้สังคมไทย มองในมุมบวก คือมองว่าเป็นอุบัติเหตุ ไม่โทษ ไม่ตัดสินว่าใครผิด –ถูก เพราะเป็นเหตุสุดวิสัยไม่มีใครอยากให้เกิดถ้ารู้ล่วงหน้า ซึ่งข้อเท็จจริงก็คือทีมหมูป่าเข้าไปในถ้ำแล้วฝนเกิดตกและฝนตกอย่างต่อเนื่องน้ำท่วมปิดทางออก ประการสำคัญที่สุดสังคมควรทบทวนและใช้โอกาสนี้ ได้เรียนรู้ อย่างน้อยก็คือ การช่วยเหลือตนเองและทีม เพื่อเอาชีวิตรอดในเหตุการณ์ที่เรายังไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน และสิ่งใดที่เกิดขึ้นแล้วมักจะมีส่วนดีเสมอ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์กับตัวเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติที่สุด