นายสามารถ แก้วมีชัย อดีตส.ส. พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว กล่าวถึงปัญหาปัญหาของผู้ปลูกยาสูบในจังหวัดภาคเหนือ โดยระบุ “สมาคมผู้บ่ม ผู้เพาะปลูก และผู้ค้าใบยาสูบจังหวัดเชียงรายและพะเยา นำเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบมาเล่าสู่ให้ฟังด้วยความกังวลและห่วงใย เนื่องจากผู้ว่าการยาสูบแห่งประเทศไทย แถลงข่าวว่าการยาสูบแห่งประเทศไทยจะงดรับซื้อใบยาสูบตั้งแต่ฤดูกาลเพาะปลูกที่จะถึงนี้เป็นต้นไป และคงงดซื้อต่อเนื่องไปอีก 3 ถึง 5 ปี ด้วยเหตุผลสำคัญ 2 ประการ คือ
ประการแรก การยาสูบฯไม่มีศักยภาพหรือฐานะทางการเงินมากพอที่จะรับซื้อใบยา และ
ประการที่สอง ปัจจุบันมีใบยาสูบเหลืออยู่ในคลังพอจะใช้ผลิตบุหรี่ไปได้อีก 3 – 5 ปี
การยาสูบแห่งประเทศไทย มีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงการคลัง ดำเนินธุรกิจผูกขาดการผลิตและจำหน่ายบุหรี่มานาน แต่ละปีส่งเงินเข้ารัฐหลายพันล้าน ปีล่าสุดการยาสูบฯสามารถส่งเงินเข้ารัฐได้ถึงเก้าพันล้านบาท ทุกปีพนักงานการยาสูบฯต่างมีความสุขได้โบนัสกันคนละหลายเดือน
สำหรับเกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบทั่วประเทศซึ่งมีอยู่ประมาณ 50,000 ครอบครัว การยาสูบฯใช้เงินซื้อใบยาสูบจากชาวไร่ปีละประมาณ 2,000ล้านบาท
นโยบายของผู้ว่าการยาสูบฯที่ประกาศจะงดรับซื้อใบยาสูบจากพี่น้องเกษตรกรจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ มีผู้ที่จะได้รับผลกระทบ ทั้งครอบครัวพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกและผู้เกี่ยวข้องในระบบ ภาคเหนือและภาคอืสานรวมแล้วกว่า
ห้าแสนคน
ฝากถึงท่านผู้บริหารการยาสูบแห่งประเทศไทย ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านนายกรัฐมนตรี
ช่วยดูแลแก้ปัญหาให้พี่น้องเกษตรกรชาวไร่ยาสูบด้วยครับ
อย่างน้อยควรนึกถึงคุณูปการของเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบ
และทุกฝ่ายที่มีส่วนทำให้รัฐมีรายได้จำนวนมากมายมหาศาลตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

สมาคมผู้บ่ม ผู้เพาะปลูก และผู้ค้าใบยาสูบจังหวัดเชียงรายและพะเยา…

โพสต์โดย Samart Kaewmechai เมื่อ วันพุธที่ 27 มิถุนายน 2018