ที่ท่าอากาศยาน 2 กองบิน 6 ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคสช. กล่าวภายหลังเดินทางกลับจากอังกฤษและฝรั่งเศสว่า ไม่ขอพูดในประเด็นการเมือง เพราะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้พูดไปแล้ว ขอร้องว่าอย่าทำให้บ้านเมืองไม่สงบกันอีกเลย เพราะช่วงนี้กำลังเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง จึงขอให้นึกถึงคนที่เดือดร้อนกันบ้าง

“การทำงานของรัฐบาลชุดนี้ ทำให้กับคนทุกระดับ ขอร้องอย่ากล่าวหาว่าเราทำงานเพื่อคนรวย เพราะถ้าทำอย่างนั้น คงไม่ต้องทำให้ยุ่งยากแบบนี้ คงไม่ต้องเอาโครงการไทยนิยมลงไป จึงขอความร่วมมือสื่อมวลชนให้ช่วยกันทำความเข้าใจนำเสนอเพื่อก่อให้เกิดความร่วมมือ เพราะตลอด 4 ปีที่ทำงานมาเราได้พยายามสร้างความเข้าใจ โครงการไทยนิยมไม่ได้ลงไปเพื่อหาคะแนนเสียง ยืนยันว่า ตนยังไม่ได้อยู่กับใครสักคน หรืออยู่พรรคการเมืองใด ทุกอย่างเป็นการประเมินกันไปเอง วันหน้าเมื่อถึงเวลา แล้วอะไรเกิดขึ้นก็ค่อยๆพูดกันตรงนั้นดีกว่าเพราะพูดตอนนี้ก็ดีแต่ทะเลาะกัน” พล.อ. ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การเดินทางไปต่างประเทศครั้งนี้ ไปด้วยศักดิ์ศรีของตัวเอง โดยเอาคนไทยและประเทศไทยไปด้วย เราไปเพื่อทำเพื่อประชาชนคนไทยทุกคน และขอร้องสื่อมวลชนให้ช่วยตนมากขึ้น และทุกอย่างจะดีขึ้น บ้านเมืองจะสงบขึ้นประเด็นความขัดแย้งจะลดลงเปิดโอกาสให้มีการพูดคุยกันมากขึ้นเพื่อหาทางออกร่วมกันไม่ใช่จะเชียร์กันไปมาคนละข้างความขัดแย้งก็จะเป็นอยู่แบบนี้โดยที่ตนไม่สามารถช่วยอะไรได้ทั้งนี้การที่ทุกคนอยากปรองดอง จะต้องเริ่มจากจิตใจของทุกคนวันนี้ทุกคนต้องหาทางออกเพื่อพูดคุยกันให้ได้

“ผมไปบังคับใครไม่ได้ จะเห็นว่าแค่ผมใช้อำนาจทางกฏหมายเพียงอย่างเดียว ก็มีความเดือดร้อนเกิดขึ้น เพราะมีคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย วันนี้เราต้องใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่ใช่ยกเว้นกฏหมายสำหรับคนจน จนสุดท้ายกลับกลายเป็นว่ารัฐบาลไม่ทำอะไร จึงขอถามสื่อตรงนี้ว่า เราจะอยู่กันแบบนี้หรือ ถ้าอยู่กันแบบนี้ การเลือกตั้งครั้งหน้าก็ไม่ต้องไปหวังอะไร เพราะทุกอย่างจะเป็นเหมือนเดิม โดยรัฐบาลจะอ้างว่าทำงานเพื่อประชาชน พอเกิดความรู้สึกว่าประชาชนไม่พอใจ ก็หยุดไม่ทำแล้ว ประเทศจะเปลี่ยนแปลงกันได้หรือไม่ วันนี้รัฐบาลได้ปฏิรูปประเทศ จึงขอร้องให้ทุกคนเคารพกฎหมาย สนับสนุนรัฐบาล เพื่อให้ทุกคนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สื่อมวลชนสามารถช่วยการทำงานของรัฐบาลได้มากที่สุด วันนี้อ่านข่าวจากสื่อและโซเชียลมีเดียแล้วรู้สึกไม่สบายใจ เพราะทำให้เกิดการแบ่งแยกเป็นสองฝ่าย แม้จะเป็นธรรมดาของการนำเสนอข่าว แต่ขอร้องว่าอะไรที่จะก่อให้เกิดความขัดแย้ง หรือเรื่องที่ยังไม่มีข้อเท็จจริง และขอถามว่าสื่อมวลชนควรนำเสนอสิ่งที่คนพูดไม่น่าเชื่อถืออีกต่อไปหรือไม่ ไปให้เกียรติเขาทำไม นำเสนออีกทำไม เราควรให้เกียรติคนที่ทำงานให้ประเทศในตอนนี้ไม่ใช่หรือ ไม่ใช่มห้เครดิตคนที่ทำผิด แล้วหนีไปอยู่ต่างประเทศ

“ผมไปสองประเทศมาในครั้งนี้ เขาก็มีคนให้เครดิตและสนับสนุนผม แต่คนที่ไม่ชอบผมก็มี ผมไม่ได้โกรธ เขา เพราะผมเป็นคนไทย คนเหล่านั้นไม่ว่าจะทำอะไรที่ไหนก็คือคนไทย ผมต้องรักเขา เพียงแต่วันนี้เขาไม่เข้าใจ วันข้างหน้าอาจจะเข้าใจก็ได้ หรือไม่เข้าใจก็แล้วแต่ แต่ผมทิ้งเขาไม่ได้ ขอร้องว่าอย่าไปให้เครดิตกับคนไม่สร้างสรรค์ โจมตีประเทศตัวเอง ไปอาศัยประเทศคนอื่นเขาอยู่ แล้วเกิดมาเป็นคนไทยทำไม ไปอยู่กันแบบคนชั้นสองขออาศัย ขออยู่อย่างนี้นะหรือ อย่าทำเพราะไม่ใช่สิ่งที่ควรจะทำ สิ่งที่ควรทำคือกลับมาสู่ครรลองของกฎหมาย ซึ่งเปิดโอกาสให้ต่อสู้ทางคดี เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ถ้าคิดว่าตัวเองถูกขอให้กลับมา ที่พูดนี้หมายถึงทุกคน ไม่ได้หมายถึงใครคนใดคนหนึ่ง เพราะสิ่งที่ผมทำวันนี้นั้น ไม่ได้ทำเพื่อตัวเองแม้แต่ซักนิดเดียว ผมไม่เคยได้ประโยชน์จากสิ่งที่ทำในวันนี้เลย ประโยชน์จะตกกับคนข้างหลัง ผมและคณะรัฐมนตรีเหนื่อยกันทุกคน ไปต่างประเทศก็ไม่ได้ไปแบบสบายๆ จะต้องเตรียมข้อมูลและแสดงออกให้เห็นว่าเราคือมิตรประเทศ ไม่ใช่ให้เขามองเราเพียงว่า เป็นตัวแทนของประเทศที่มีความขัดแย้ง ซึ่งเขาก็ไม่อยากคุยด้วย วันนี้ทุกคนต้อนรับและให้เกียรติผมเป็นอย่างดี มีทั้งรถนำ รปภ.ทหารกองเกียรติยศ ได้รับการตอบรับอย่างดี ขอร้องอย่าเอาบ้านเราไปประจานให้คนต่างชาติเห็น”

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มีคนบางประเภทที่ไม่ยอมเข้าใจอะไร แต่กลับออกมาประกาศว่ารักประเทศไทย รักประชาธิปไตย ซึ่งมันไม่ใช่ ทุกประเทศมีความเป็นมาคล้ายเรา ตนเข้ามาทำให้ทุกอย่างเร็วขึ้น แต่บางคนกลับทำให้ทุกอย่างวุ่นวายต่อไปอีก ขอถามอีกว่าเราจะอยู่กันอย่างไรต่อไป ในเมื่อไม่มีความสุข จึงขอให้ช่วยกันอีกครั้ง วันนี้ถือเป็นวันมงคล วันคล้ายวันประสูติของสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งตนจะเดินทางไปกราบขอพรให้กับคนไทย เพราะไม่อยากให้ปัญหาเก่าๆเกิดขึ้นอีก ตนพยายามสร้างความเข้าใจให้มากขึ้น ขอร้องอย่าเอาการเมืองมาเป็นเรื่องเดียว เพราะประเทศอื่นใช้เศรษฐกิจเป็นตัวนำไม่ใช่การเมือง ไทยเรามีสภาเหมือนประเทศอื่นๆ ซึ่งตนไม่สามารถสั่งการได้ ถ้าสั่งได้คงไม่เป็นเช่นนี้ ตนไม่สามารถสั่งการสภาหรือศาลได้ทั้งนั้น แม้จะมีอำนาจตามมาตรา 44 ก็ตาม แต่ก็ไม่ควรสั่ง ดังนั้นใครก็ตามที่มีอำนาจเหมือนตนในวันนี้ ให้กลับไปคิดดูว่าหากมีอำนาจจริงๆแล้วจะทำอะไร เพราะมีหลายคนต้องการให้ตนทำตามใจฝ่ายตัวเอง ซึ่งไม่สามารถทำได้