นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น (คปต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊ค กล่าวหลังจากเข้าร่วมงานเสวนาเศรษฐกิจการเมืองไทย ในโอกาสมุทิตาจิต 72 ปี โดยระบุว่า “มาร่วมงานเสวนาเศรษฐกิจการเมืองไทย ในโอกาสมุทิตาจิต 72 ปี รศ.ดร.ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน 2561
ห้องจรัสเมือง 2 โรงแรม เดอะ ทวิน ทาวเวอร์

ได้บทสรุปที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
“รัฐคือเครื่องมือทางชนชั้น” ชนชั้นใดยึดครองอำนาจรัฐ รัฐก็ตกเป็นเครื่องมือของชนนั้น รักษาผลประโยชน์ของชนชั้นนั้น รัฐไทยยุคนี้อยู่ในมือของทุนและขุนนาง ดังนั้น เราจึงเห็นปรากฎการณ์ต่างๆ ที่รัฐไทยยุคนี้เกื้อกูล เพิ่มพูนผลประโยชน์ให้แก่ทุนและขุนนางราชการ

อำนาจรัฐไทยภายใต้ คสช. คือ อำนาจรัฐของทุนและขุนนาง อำนาจรัฐในมือขุนนาง ไม่ต้องการให้คนสามัญมีอำนาจต่อรองและทัดทาน
ปฏิสัมพันธ์อำนาจเชิงโครงสร้างใหญ่ในสังคมไทย ภายใต้รัฐทุนและขุนนาง คือ “เพิ่มอำนาจทุน หนุนอำนาจรัฐ จำกัดอำนาจประชาชน”

คสช. นั้น จะมีทหารระดับสูงเป็นกองกำลังหลัก และมีกลุ่มทุนใหญ่บางกลุ่มเป็นกองเสบียงและกองหนุนหลัก ปรากฎการณ์นี้คือ การเกิดกลุ่มยุทธศาสตร์ “ทุนและขุนนาง” (aristocratic capitalist clique)

ทำให้สังคมไทยกำลังก่อรูปแยกขั้วอย่างรุนแรงอีกครั้งหนึ่ง เป็นฝ่าย คสช. กับฝ่ายต่อต้าน คสช.

สถานการณ์เศรษฐกิจการเมืองไทยทุกวันนี้ จึงอาจสรุปได้ว่า เป็นสถานการณ์ที่ “ทุนใหญ่กร่าง ขุนนางยิ่งใหญ่ ประชาชนทั่วไปย่ำแย่”

“แม้อำนาจกลุ่มทุนและขุนนางที่ร่วมกันเป็นกลุ่มยุทธศาสตร์ เพื่อครองอำนาจรัฐ และมีทุนมหึมา มีอำนาจเหนือกว่าประชาชนธรรมดามากมายนัก แต่ทุกกลุ่มยุทธศาสตร์ก็ยังตกอยู่ภายใต้อำนาจฟ้าลิขิต อำนาจฟ้าลิขิต อาจลิขิตให้กลุ่มยุทธศาสตร์ทุนและขุนนางมีอำนาจมากขึ้นก็ได้ มีอำนาจน้อยลงก็ได้เช่นกัน และถ้ากลุ่มพันธมิตรทุนและขุนนางกลุ่มใด คิดจะท้าทายอำนาจฟ้าลิขิต สถานการณ์เศรษฐกิจการเมืองไทย ก็จะพลิกผันจนยากจะคาดเดาได้ (ใกล้จะเกิดแล้วครับ)”

การวิเคราะห์สถานการณ์เชิงเศรษฐศาสตร์การเมือง คือ การศึกษาวิเคราะห์ปฏิสัมพันธ์เชิงอำนาจ ของกลุ่มคนและชนชั้น ในการจัดสรรค์ แบ่งปัน แข่งขัน และช่วงชิงผลประโยชน์”

มาร่วมงานเสวนาเศรษฐกิจการเมืองไทย ในโอกาสมุทิตาจิต 72 ปี รศ.ดร.ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน…

โพสต์โดย วีระ สมความคิด เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน 2018