เมื่อวันที่ 8 ก.ค.2566 ที่ ลานหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวกับผู้มาให้ต้อนรับแบบแน่นขนัดจนล้นลานฯ ว่า
“ไม่ว่าจะชอบผมหรือไม่ชอบผม เลือกผมหรือไม่เลือกผม ขอให้คืนความปกติให้บ้านเมือง ผมพร้อมทำงานให้ทุกคน พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีของทุกคน”
เป็นคำปราศรัยทิ้งท้ายของ Pita Limjaroenrat – พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล บนเวทีปราศรัยที่จังหวัดนครราชสีมา ท่ามกลางประชาชนที่มารอต้อนรับอย่างเนืองแน่นเมื่อช่วงเย็นวันนี้ (8 ก.ค.)

ก่อนหน้านั้น นายพิธา พร้อมด้วย ส.ส.นครราชสีมา พรรคก้าวไกล ทั้ง 3 เขต ประกอบด้วย ฉัตร สุภัทรวณิชย์ (เขต 1) นายปิยชาติ รุจิพรวศิน (เขต 2) และนาย ศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ (เขต 3) ได้ร่วมพูดคุยกับภาคเอกชนและภาคประชาชน เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการยกระดับเศรษฐกิจ การเมืองและสังคมของจังหวัดนครราชสีมา ที่โรงแรมฟอร์จูน โคราช

นาย พิธาระบุในวงพูดคุยว่า นครราชสีมาเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพ เศรษฐกิจของจังหวัดมีมูลค่าถึง 3 แสนล้านบาท 13% อยู่ในภาคการเกษตร แต่สิ่งที่น่ากังวลคือภัยแล้ง กรมอุตุนิยมวิทยาบอกว่าเอลนีโญปีนี้อาจรุนแรงถึง 20 เดือน อาจมีปัญหาในเดือนตุลาคม ขณะที่ปัจจุบันเขื่อนสำคัญในนครราชสีมาทั้ง 4 เขื่อน มีปริมาณน้ำเขื่อนละประมาณ 46% ของความจุ จึงได้มอบหมายให้ ส.ส. ทั้ง 3 เขต ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางการใช้น้ำอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพในระยะยาว เช่น การติดตามดูแลประสิทธิภาพท่อน้ำ ท่อประปา

จากนั้นช่วงเย็น นายพิธาขึ้นรถแห่รอบเมืองโคราช ก่อนปราศรัย ที่ ลานหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา เพื่อขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ไว้วางใจพรรคก้าวไกลร่วมกันมอบคะแนนเสียงกว่า 556,001 เสียงในการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยช่วงหนึ่งพิธากล่าวว่านครราชสีมาเป็นเมืองที่มี 3 มรดกยูเนสโก (UNESCO Triple Heritage City) เมื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่สำเร็จ จะร่วมกันพัฒนาเพื่อส่งเสริมเมืองโคราชต่อไป

นายพิธากล่าวต่อไปว่า วันนี้มาหาชาวโคราชในฐานะหัวหน้าจัดตั้งรัฐบาลจากพรรคเสียงข้างมากที่มีเสียงมากกว่า 25 ล้านเสียง หากเป็นระบบปกติ เราควรมีรัฐบาลเข้ามาทำงาน มีสมาธิแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภัยแล้ง ปัญหาเศรษฐกิจ ระบบคมนาคม ปัญหาที่ดิน แต่ที่ผ่านมาการเมืองไทยอยู่กับระบบที่ไม่ปกติ ตั้งแต่การรัฐประหาร รัฐธรรมนูญ 2560 นิติสงคราม การยุบพรรค
.
ตอนนี้เหลือเพียง 5 วันเท่านั้นจะถึงวันโหวตนายกฯ นี่คือวาระประวัติศาสตร์ ที่ความปกติจะกลับสู่การเมืองไทย การโหวตนายกฯ ที่จะถึงนี้ ไม่ใช่แค่การให้โอกาสพิธาหรือพรรคก้าวไกล แต่คือการให้โอกาสประเทศไทยเดินหน้าต่อ เชื่อว่า ส.ส. และ ส.ว. จะเลือกอยู่ข้างอนาคต เลือกอยู่ข้างประเทศไทย คืนความปกติให้ระบบการเมืองไทย

.
หัวหน้าพรรคก้าวไกลย้ำว่า เราถอยหลังไม่ได้อีกแล้ว ประชาชนมอบโอกาสและความรักมาให้แล้ว ถึงเวลาของนักการเมืองที่จะคืนความปกติให้ระบบการเมืองไทย ตอนนี้ทั่วโลกกำลังจับตาดู 13 กรกฎาคม โหวตให้หลักการ ร่วมกันทำให้ความไม่ปกติของระบบการเมืองไทยยุติลง
#ข้อมูลจากเพจก้าวไกล

